กาลเวลาค่อย ๆ ล่วงผ่าน ดวงตะวันเริ่มคล้อยต่ำลงทางทิศตะวันตก
ผู้เข้าแข่งขันบนอัฒจันทร์มีจำนวนลดน้อยลงเรื่อย ๆ รายชื่อผู้เข้ารอบร้อยอันดับแรกของชุมนุมยอดฝีมือกำลังจะปรากฏแล้ว
เฉินสืออันฝึกฝนอยู่เกือบสามเค่อ ในที่สุดก็ลืมตาขึ้น
เขากวาดตามองรอบด้าน เห็นว่าผู้เข้าแข่งขันที่เหลืออยู่มีจำนวนเกือบร้อยคนแล้ว
เขาคิดในใจว่าตนคงไม่ต้องขึ้นประลองอีก มีคุณสมบัติเข้ารอบร้อยอันดับแรกแล้ว
ในเวลานั้นเอง ผู้ตัดสินร่างกำยำบนเวทีประลองไม่ไกลก็ตะโกนเสียงดังว่า “183!”
เฉินสืออันถอนหายใจเบา ๆ ก่อนลุกขึ้น แล้วก้าวยาว ๆ ออกจากที่นั่งผู้เข้าแข่งขัน
ขณะนั้นผู้ตัดสินก็ขานหมายเลขอีกใบ “53!”
เฉินสืออันชะงัก สีหน้าพลันเคร่งขรึม
หมายเลข 53 ไม่ใช่ใครอื่น แต่เป็นกู้ชิงเหยา
เขาไม่คิดเลยว่ากู้ชิงเหยาจะขัดขวางเขาหลายครั้งแต่ไม่สำเร็จ คราวนี้ถึงกับลงสนามด้วยตนเอง
อีกทั้งการที่กู้ชิงเหกล้าลงสนามเอง ย่อมหมายความว่านางมั่นใจอย่างยิ่งว่าจะคว้าชัยชนะได้แน่นอน
มุมปากเฉินสืออันยกขึ้นเป็นรอยยิ้มเย็นชา
คิดจะขัดขวางไม่ให้ป้อมเฟิงฉี่ของเราเข้ารอบร้อยอันดับแรกหรือ? เช่นนั้นข้าจะทำให้ป้อมหลิวซือของพวกเจ้า พ่ายแพ้ก่อนถึงรอบร้อยอันดับแรกเอง
ไม่นานเฉินสืออันกับกู้ชิงเหยาก็ยืนประจันหน้ากันบนเวทีประลอง ห่างกันสิบกว่าก้าว สายตาทั้งสี่สบประสาน
บนอัฒจันทร์ เฉียนซานเสวี่ยกับเซียงหลีก็มองออกถึงความผิดปกติแล้ว
“กู้ชิงเหยามาประมือกับผู้บัญชาการเฉินในตอนนี้ ต้องมีการจัดฉากอยู่เบื้องหลังแน่
วันนี้ข้าเห็นกู้ชิงเหยากับชิวส่วงพลอดรักกันอยู่หลายครั้ง ต้องเป็นฝีมือนางที่เล่นไม่ซื่อแน่” เซียงหลีเอ่ย สีหน้าเดือดดาล
เฉียนซานเสวี่ยกล่าวเสริมว่า “สืออันพูดถูก ป้อมหลิวซือตั้งใจขัดขวางไม่ให้พวกเราเข้ารอบร้อยอันดับแรก”
