เฉินสืออันหันไปมองโหวฟางกับไป๋ซวง “พี่ใหญ่โหว พวกเจ้าจะจัดงานมงคลกันเมื่อใด?”
ไป๋ซวงพลันหน้าแดง ก้มหน้าลงด้วยความเขินอาย
ผู้อาวุโสหญิงแห่งตระกูลโหวเอ่ยขึ้นว่า “เด็กไป๋ซวงคนนี้น่ารักน่าเอ็นดู ข้าหวังว่างานมงคลของพวกเขาจะจัดขึ้นเร็วที่สุด”
โหวฟางหัวเราะ “ท่านแม่ อย่างไรก็ต้องรอให้ข้ารักษาแผลหายก่อนสิ จะให้ข้าเป็นเจ้าบ่าวทั้งที่บาดเจ็บเต็มตัวได้อย่างไร”
ไป๋ซวงแอบหยิกเอวโหวฟางหนึ่งที ยิ่งเขินอายกว่าเดิม
เมื่อเห็นครอบครัวโหวอยู่กันอย่างอบอุ่น เฉินสืออันก็โล่งใจไม่น้อย ทั้งยังยินดีกับโหวฟางจากใจ
…………
เมื่อกลับถึงค่ายล่าสัตว์ปีศาจ เฉินสืออันก็ไปหาเย่ซีเฉิงเป็นคนแรก
“ผู้บัญชาการเย่ ตอนนี้ใต้บังคับบัญชาของข้ามีหัวหน้าหมู่สามคนแล้ว แต่จำนวนคนยังไม่ถึงสามสิบ ต้องรับคนเพิ่มสักหน่อย”
เย่ซีเฉิงลังเลเล็กน้อย “ข้าจะหารือกับนายพันเฉียนก่อน แล้วจัดคนจากฝ่ายนางไปให้เจ้า”
เฉินสืออันส่ายหน้า “โครงสร้างของค่ายล่าสัตว์ปีศาจเพิ่งลงตัว อย่าเพิ่งวุ่นวายเปลี่ยนแปลงเลย ข้ารับสมัครคนเองดีกว่า”
เย่ซีเฉิงครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง “ได้ แต่ห้ามเอิกเกริกเหมือนคราวก่อน อย่างไรเสีย คนที่เจ้าจะรับสมัครก็มีไม่มากนัก”
เฉินสืออันยิ้มบาง “ผู้บัญชาการ ข้ารับสมัครคนในนามค่ายล่าสัตว์ปีศาจโดยไม่เอิกเกริกได้ เพียงแต่จำนวนคนที่รับอาจไม่น้อย”
เย่ซีเฉิงขมวดคิ้วเล็กน้อย “ต่อให้มีสามหมู่ แต่ละหมู่มีคนเต็มจำนวนก็แค่สามสิบสามคน ใต้บังคับบัญชาของเจ้า รวมจูเหนิง ผีโหว และตู้กัง ก็มีอยู่ยี่สิบแปดคนแล้ว ต่อให้รับเพิ่มก็แค่ห้าหกคนเท่านั้น”
