เรื่องของตระกูลเฉินสิ้นสุดลง ป้อมเฟิงฉี่จึงกลับคืนสู่ความสงบ
อย่างน้อยภายนอกก็ดูเงียบสงบไร้คลื่นลม
เฉินสืออันทุ่มเทกำลังส่วนใหญ่ไปกับการบำเพ็ญ ทุกสองสามวันเขาจะไปยังคุกใต้น้ำสักครั้ง
ช่วงแรก เขามักยืนอยู่ด้านนอกกรงขังของหลิวอู่ แล้วสั่งผู้คุมให้หย่อนกรงลงไปในธารน้ำใต้ดิน รอจนหลิวอู่สำลักน้ำแทบสิ้นใจ จึงค่อยลากขึ้นมา
ต่อมา นอกจากทรมานหลิวอู่แล้ว เขายังเดินเตร่ไปทั่วคุกใต้น้ำอีกด้วย
ผู้คุมคิดจะติดตามไป แต่เขาก็โบกมือไล่
หลังจากเข้าออกอยู่หลายครั้ง เขาก็กลายเป็นแขกประจำของคุกใต้น้ำไปแล้ว
ไม่เพียงเหล่าผู้คุมจะจำเขาได้ แม้แต่นักโทษในคุกใต้น้ำก็ยังจำใบหน้าของเขาได้
…………
หนึ่งเดือนต่อมา เฉินสืออันมาที่คุกใต้น้ำอีกครั้ง เช่นเดียวกับทุกคราว เขาเดินเตร่ไปทั่วในช่วงพักจากการทรมานหลิวอู่
คราวนี้เขาเดินมาถึงหน้ากรงขังแห่งหนึ่งในส่วนลึกของคุกใต้น้ำ
ภายในกรงขังมีชายชราร่างกำยำ ใบหน้าสักอักษรคำว่า “ทาส” เอาไว้ คนผู้นั้นก็คือฟู่หนานเทียน
ที่เฉินสืออันทุ่มเททั้งแรงกายและเวลาให้หลิวอู่มากมาย ก็เพื่อการนี้เอง
ตลอดหนึ่งเดือนที่ผ่านมา เขาพบฟู่หนานเทียนมาหลายครั้งแล้ว แต่ไม่เคยพูดคุยกับอีกฝ่ายเลย
วันนี้ผู้คุมต่างพากันไปที่อื่น ในที่สุดเขาก็มีโอกาส
“ท่านเจ้าเมืองฟู่ ก่อนหน้านี้สถานการณ์ไม่เอื้ออำนวย ข้าจึงมิได้คารวะผู้อาวุโส ต้องขออภัยที่ล่วงเกิน ขอผู้อาวุโสโปรดอภัยด้วย”
เฉินสืออันประสานมือขอขมาฟู่หนานเทียนผ่านลูกกรง
