“ยังดีที่ตอนนี้ผู้บัญชาการทั้งสามพาหน่วยล่าสัตว์ปีศาจมาถึงแล้ว ข้าก็วางใจได้เสียที”
หู่ว่านหลี่ทอดสายตามองไปด้านหลังฟูชิงหยางทั้งสามคน “ได้ยินมาว่าหน่วยล่าสัตว์ปีศาจขยายกำลังขึ้น ดูท่าจะเป็นเช่นนั้นจริง ตอนนี้ทั้งกำลังพลและอาวุธยุทโธปกรณ์ล้วนพร้อมสรรพ”
กล่าวจบ เขาก็ประสานมือคารวะฟูชิงหยาง “นายพันฟู ขอแสดงความยินดีด้วย!”
ฟูชิงหยางยิ้มบาง ๆ “คนของข้าเดินทางมาสองวันเต็ม ตอนนี้ต่างเหนื่อยล้ากันไม่น้อย รบกวนนายพันหู่จัดเตรียมที่ตั้งค่ายให้พวกเราด้วย”
หู่ว่านหลี่โบกมือซ้ำ ๆ “นายพันฟู อย่ากล่าวเช่นนั้นเลย ท่านจะทำให้ข้าลำบากใจเสียเปล่า
หน่วยล่าสัตว์ปีศาจของพวกท่านจะจัดการอย่างไร ก็เชิญตัดสินใจได้ตามสะดวก ไม่จำเป็นต้องผ่านข้า”
ฟูชิงหยางพยักหน้า “เช่นนั้นก็ดี ข้าจะพาคนไปตั้งค่ายก่อน แล้วค่อยหารือกับนายพันหูโดยละเอียดภายหลัง”
…………
หลังป้อมปราการหลิวซือเข้ารบกวนเขาซานเอา ภายใต้คำร้องขอของเซียงฉู่สยง หน่วยล่าสัตว์ปีศาจก็ส่งคนมาสนับสนุนอย่างรวดเร็ว
ทว่ามีคนมาไม่มาก เป็นเพียงการแสดงท่าทีให้เห็นเท่านั้น
เมื่อการรบกวนจากป้อมปราการหลิวซือทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ เซียงฉู่สยงก็เริ่มตระหนักว่า ครั้งนี้ป้อมปราการหลิวซือเอาจริงแล้ว
หน่วยล่าสัตว์ปีศาจจึงขยายกำลังพล และแทบยกกำลังทั้งหมดมาถึงเขาซานเอา
ไม่ไกลจากทางเข้าเหมืองเหล็กของเขาซานเอา มีค่ายเล็ก ๆ ของหน่วยล่าสัตว์ปีศาจตั้งอยู่แห่งหนึ่ง
ฟูชิงหยางสำรวจอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะขยายค่ายเล็กแห่งนั้นให้ใหญ่ขึ้น และกำหนดให้เป็นฐานบัญชาการใหญ่ของหน่วยล่าสัตว์ปีศาจในเขาซานเอา
คนทั้งหน่วยเริ่มลงมือสร้างค่าย
ส่วนฟูชิงหยาง เย่ซีเฉิง และเฉียนซานเสวี่ย เดินทางไปยังค่ายของกองอารักขาเมืองเพื่อหารือเรื่องการวางกำลังป้องกัน
เมื่อค่ายใกล้สร้างเสร็จ ฟูชิงหยางทั้งสามก็กลับมา
หลังหารือกัน หน่วยล่าสัตว์ปีศาจกับกองอารักขาเมืองก็แบ่งหน้าที่กันอย่างชัดเจน
งานป้องกันเหมืองแร่เหล็กของเขาซานเอาโดยรวม ยังคงเป็นหน้าที่ของกองอารักขาเมือง
ส่วนภารกิจหลักของหน่วยล่าสัตว์ปีศาจคือสืบข่าวและลาดตระเวน อีกทั้งต้องรับมือกับอุปสรรคยากลำบากในยามคับขัน
