ภายในรถม้าคันอื่น ๆ ก็มีคนยื่นหน้าออกมามองเช่นกัน เมื่อเห็นบรรยากาศของเมืองเจิ้นหวง ต่างก็ถูกภาพตรงหน้าสะกดจนตะลึง แววตาของแต่ละคนซับซ้อน ส่วนใหญ่เต็มไปด้วยความอิจฉาและปรารถนา
เดิมทีพ้นเวลาเปิดประตูเมืองไปแล้ว แต่ทหารบนกำแพงเมืองเห็นว่าเป็นหลิวมู่ ก็รีบเปิดประตูที่ปิดลงไปแล้วให้ขบวนรถเข้าเมือง
ยามนี้ใกล้ถึงเวลายามไฮ่แล้ว หากเป็นที่ค่ายเฟิงฉี่ บนท้องถนนคงแทบไม่มีผู้คนสัญจร
แต่ในเมืองเจิ้นหวง ร้านค้าริมถนนยังเปิดประตูอยู่ ทั้งยังมีผู้คนหลั่งไหลมารวมตัวกัน
ยิ่งเป็นถนนที่มีโรงเหล้าและหอนางโลมตั้งเรียงราย ก็ยิ่งคลาคล่ำไปด้วยผู้คน เสียงอื้ออึงครึกครื้น
บุคคลสำคัญจากป้อมปราการใหญ่ทั้งหลายแห่งซากปรักต่างพากันยื่นศีรษะออกมาจากหน้าต่างรถม้า มองสิ่งแปลกใหม่และบรรยากาศคึกคัก สีหน้าของทุกคนล้วนเต็มไปด้วยความตื่นตะลึงและอิจฉา
ขบวนรถแล่นไปตามถนนและตรอกซอกซอยในเมืองเจิ้นหวงราวสองเค่อ ในที่สุดก็หยุดลง
ถนนที่หยุดรถอยู่ใกล้กับลานกลางเมืองเจิ้นหวง
ชุมนุมยอดฝีมือจะจัดขึ้นที่ลานกลางเมือง เมืองเจิ้นหวงจึงจัดเตรียมโรงเตี๊ยมหลายแห่งบนถนนใกล้ลานกลางเมืองไว้ต้อนรับผู้คนจากซากปรัก
หลังรถม้าหยุดลง หลิวมู่ก็รวบรวมทุกคนมาเรียกชื่อเพื่อตรวจสอบจำนวน
จากนั้นเขากระแอมเบา ๆ แล้วกล่าวว่า “แขกผู้มีเกียรติทุกท่าน เดิมทีแม่ทัพเกาตั้งใจจะจัดงานเลี้ยงต้อนรับและเลี้ยงส่งพวกท่าน แต่เกิดเรื่องด่วนขึ้นกะทันหัน จึงจำต้องยกเลิก ขอทุกท่านโปรดอภัย
ถึงกระนั้น โรงเตี๊ยมที่พวกท่านเข้าพักก็เตรียมอาหารไว้พร้อมแล้ว ขอเชิญแขกผู้มีเกียรติทุกท่านรับประทานรองท้องกันไปก่อน
