บนที่นั่งของผู้เข้าแข่งขันซึ่งอยู่ห่างจากเวทีประลองไม่มากนัก กู้ชิงเหยาจับตาความเคลื่อนไหวของเฉินสืออันมาตลอด
ทันทีที่เห็นดาบตัดวายุชักออกจากฝัก นางก็อดส่งเสียงประหลาดใจเบา ๆ ไม่ได้ แววตาพลันเคร่งขรึมขึ้น
ความเร็วในการชักดาบของเฉินสืออันเหนือความคาดหมายของนาง
แน่นอนว่าเหตุผลที่นางมีสีหน้าเคร่งขรึม ไม่ใช่เพราะเฉินสืออันอาจเป็นภัยคุกคามต่อนาง แต่เป็นเพราะกังวลว่าเขาจะเอาชนะคู่ต่อสู้และทะลวงเข้าสู่ร้อยอันดับแรกได้
เป้าหมายในการเข้าร่วมชุมนุมยอดฝีมือคราวนี้ของนาง อย่างน้อยก็ต้องติดร้อยอันดับแรก อีกทั้งยังมีเป้าหมายอีกอย่าง นั่นคือขัดขวางไม่ให้ป้อมปราการเฮยสุ่ยและค่ายเฟิงฉี่ทะลวงเข้าสู่ร้อยอันดับแรก
…………
บนเวทีประลอง เฉินสืออันฟันดาบใส่ฝานไซ่หู่จนถอยกรูด ก่อนจะพุ่งตามไปในทันทีและสำแดงวิชาดาบเพลิงไหล
ดาบแผ่ไอร้อนระอุ ฟาดฟันใส่ฝานไซ่หู่ต่อเนื่องไม่หยุด
ฝานไซ่หู่เสียเปรียบตั้งแต่ต้น จึงตั้งรับอย่างเดียว พลางกวัดแกว่งกระบองเขี้ยวหมาป่าจนแทบไม่เหลือช่องว่าง พยายามต้านทานดาบตัดวายุสุดกำลัง
แม้วิชาดาบเพลิงไหลจะมีเพียงหกกระบวนท่า แต่เป็นกระบวนท่าต่อเนื่อง พลังจะทบทวีขึ้นเรื่อย ๆ เมื่อใช้กระบวนท่าที่หก พลังจึงจะถึงขีดสุด
พอถึงกระบวนท่าที่สี่ ฝานไซ่หู่ก็เริ่มฝืนรับไม่ไหวแล้ว หนามกระดูกบนกระบองเขี้ยวหมาป่าถูกฟันหายไปเกือบเจ็ดส่วน ไอร้อนที่แผ่ออกจากดาบตัดวายุทำให้นางแทบหายใจไม่ออก
ขณะเดียวกัน คลื่นพลังหยวนที่เฉินสืออันเผยออกมามีเพียงระดับสอง ดูคล้ายเพิ่งก้าวเข้าสู่ระดับสองได้ไม่นาน
