เลือดสดค่อย ๆ ไหลลงมาตามหน้าผาก ฝานไซ่หู่ลืมตาขึ้น ก็เห็นเฉินสืออันเก็บดาบตัดวายุกลับเข้าฝักแล้ว ยืนมองนางเงียบ ๆ
ฝานไซ่หู่รอดตายมาได้ สีหน้าพลันเผยความยินดี จากนั้นจึงประสานมือคารวะเฉินสืออันเล็กน้อย ก่อนพลิกตัวกระโดดลงจากเวทีประลอง
ผู้ชมที่รายล้อมเวทีประลองพลันส่งเสียงปรบมือและโห่ร้องยินดี
เซียงหลีถอนหายใจยาว “ผู้บัญชาการเฉินชนะได้จริง ๆ!”
เฉียนซานเสวี่ยปรายตามอง “ฟังจากน้ำเสียงเจ้าแล้ว ดูเหมือนไม่อยากให้เขาชนะ?”
เซียงหลีรีบส่ายหน้า “จะเป็นไปได้อย่างไร เพียงแต่ฝานไซ่หู่ดูอย่างไรก็เป็นผู้ฝึกยุทธ์ขั้นสองรุ่นเก๋า ส่วนผู้บัญชาการเฉินเพิ่งก้าวเข้าสู่ขั้นสอง แต่กลับกดดันนางจนแทบสู้ไม่ได้ ก่อนจะเอาชนะได้ในคราวเดียว
พลังหยวนของผู้บัญชาการเฉินลึกล้ำหนักแน่นกว่าฝานไซ่หู่เสียอีก
หรือว่าพลังหยวนที่ฝึกจากวิชาดาบเพลิงคลั่งจะลึกล้ำหนักแน่นถึงเพียงนี้?”
เฉียนซานเสวี่ยส่ายหน้า “ข้ารู้จักวิชานี้น้อยมาก จึงไม่แน่ใจ
แต่ในปีนั้น ยอดคนคลั่งยุทธ์ผู้นั้นอาศัยวิชาดาบเพลิงคลั่งต่อกรกับผู้ฝึกยุทธ์ขั้นเดียวกันหลายคนได้ด้วยตัวคนเดียว โดยไม่ตกเป็นรอง พลังของวิชาดาบเพลิงคลั่งนับว่าไม่ธรรมดาจริง ๆ”
กล่าวถึงตรงนี้ นางก็ถอนหายใจเบา ๆ อีกครั้ง “น่าเสียดายเพียงวิชาดาบนี้มีข้อเสียใหญ่หลวงเกินไป”
…………
บนที่นั่งของผู้เข้าแข่งขัน กู้ชิงเหยาจ้องมองเฉินสืออันที่ยืนเอามือไพล่หลังอยู่บนเวทีประลอง แววเย็นเยียบวาบผ่านดวงตา
จากนั้นนางก็หันไปมองอีกทิศทางหนึ่ง
ที่นั่น ชิวส่วงกำลังนั่งอยู่
ชิวส่วงสบตากับนางครู่หนึ่ง ก่อนพยักหน้าเบา ๆ
