เถียนเหวินกวงยกจอกสุราขึ้นดื่มอีกครั้ง ก่อนเอ่ยว่า “เจ้าอย่าเพิ่งถามให้มากความ หากเจ้าเอาชนะอวิ๋นเฟิงและได้ตำแหน่งรองหัวหน้าค่ายล่าสัตว์ปีศาจเสียก่อน จึงจะมีสิทธิ์เป็นตัวแทนค่ายเฟิงฉี่เข้าร่วมชุมนุมยอดฝีมือ”
เฉินสืออันครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง “การคัดเลือกรองหัวหน้าหน่วยครั้งนี้ไม่ได้กำหนดว่าต้องมีขั้นผู้ฝึกยุทธ์
นั่นหมายความว่า การคัดเลือกรองหัวหน้าหน่วยไม่ได้ใช้กำลังเป็นเกณฑ์
แต่การเข้าร่วมชุมนุมยอดฝีมือเป็นการประลองยุทธ์กันล้วน ๆ
การใช้ตำแหน่งรองหัวหน้าหน่วยมาตัดสินว่าข้ากับอวิ๋นเฟิง ใครจะได้เข้าร่วมชุมนุมยอดฝีมือ ดูไม่ค่อยสมเหตุสมผลนักกระมัง?”
มุมปากเถียนเหวินกวงยกขึ้นเล็กน้อย “นั่นเป็นเพียงการคาดเดาของเจ้าเอง การคัดเลือกรองหัวหน้าค่ายล่าสัตว์ปีศาจยังไม่มีข้อสรุปแน่ชัด
เดิมทีกำลังไม่ใช่เกณฑ์ที่จำเป็นต้องใช้
แต่เมื่อมีตัวแปรอย่างเจ้าเพิ่มเข้ามา แผนการย่อมต้องเปลี่ยนแปลง
หากสุดท้ายกลายเป็นเจ้ากับอวิ๋นเฟิงชิงตำแหน่งรองหัวหน้าหน่วยกัน เช่นนั้นพวกเจ้าก็ต้องตัดสินแพ้ชนะด้วยกำลัง”
เฉินสืออันครุ่นคิดเล็กน้อย ก่อนหัวเราะหึ ๆ “ผู้อาวุโสเถียน หากข้าโชคดีได้เข้าร่วมชุมนุมยอดฝีมือ แล้วยังบังเอิญผ่านเข้ารอบร้อยคนแรก ไม่ทราบว่าค่ายจะมีรางวัลหรือสิ่งตอบแทนให้ข้าบ้างหรือไม่?”
เถียนเหวินกวงหัวเราะเบา ๆ “เจ้านี่ช่างเป็นคนโลภเสียจริง ข้าอุตส่าห์มอบโอกาสดี ๆ ให้ได้ออกหน้าแล้ว ยังกล้ายื่นมือมาขอของจากพวกเราอีก”
เฉินสืออันยังคงยิ้ม “ชุมนุมยอดฝีมือย่อมมีผู้เก่งกล้ามารวมตัวกัน เป็นโอกาสดีที่จะได้ออกหน้าก็จริง แต่การขึ้นไปประลองกับผู้อื่นนั้นต้องเอาชีวิตเข้าแลก หากไม่เสียหน้าก็อาจถึงขั้นเสียชีวิต
