เฉินสืออันกลับถึงค่ายล่าสัตว์ปีศาจ
ภายในห้องแห่งหนึ่ง ณ ส่วนลึกของจวนเจ้าเมือง เซียงฉู่สยงนั่งอยู่บนเก้าอี้พนักสูง ส่วนอวิ๋นเฟิงยืนอยู่ข้างกาย
“อาจารย์ เรื่องที่ตกลงกันไว้แล้ว เหตุใดผู้อาวุโสเถียนจึงเปลี่ยนใจ เขาคิดจะทำอะไรกันแน่?”
อวิ๋นเฟิงขมวดคิ้ว สีหน้าเผยแววไม่พอใจ
เซียงฉู่สยงเหลือบตาขึ้นเล็กน้อย “เฉินสืออันเพิ่งบรรลุขั้นผู้ฝึกยุทธ์ ผู้อาวุโสเถียนย่อมอยากเลือกคนที่แข็งแกร่งกว่าระหว่างเจ้ากับเขา ให้เป็นตัวแทนค่ายเฟิงฉี่เข้าร่วมชุมนุมยอดฝีมือ
หรือว่าเจ้ากลัวจะแพ้เฉินสืออัน?”
อวิ๋นเฟิงเบ้ปาก “แพ้เขาหรือ? เขาเพิ่งบรรลุขั้นผู้ฝึกยุทธ์เท่านั้น จะเอาชนะข้าได้อย่างไร?”
เซียงฉู่สยงเอ่ยต่อ “เช่นนั้น เจ้าไม่พอใจเรื่องใด?”
อวิ๋นเฟิงส่ายหน้า “นี่เป็นคนละเรื่องกัน นั่นหมายความว่าผู้อาวุโสเถียนไม่เชื่อใจข้า”
เซียงฉู่สยงหัวเราะเบา ๆ “ชุมนุมยอดฝีมือครั้งนี้สำคัญยิ่งต่อค่ายเฟิงฉี่ ผู้อาวุโสเถียนจะรอบคอบสักหน่อยก็สมควรแล้ว”
อวิ๋นเฟิงกล่าวเสียงขรึม “อาจารย์ ข้าขอพูดตามตรง การจัดการของผู้อาวุโสเถียนไม่เพียงแสดงว่าไม่เชื่อใจข้า แต่ยังระแวดระวังอาจารย์ด้วย!”
“หุบปาก!”
เซียงฉู่สยงสีหน้าเคร่งขรึม ตวาดตำหนิ “อย่าพูดเหลวไหล กุเรื่องขึ้นมาเอง!”
อวิ๋นเฟิงรีบประสานมือขอขมา ก่อนกล่าวอย่างระมัดระวัง “อาจารย์ ที่นี่มีเพียงเราสองศิษย์อาจารย์ ข้าจึงไม่คิดปิดบัง เพียงอยากพูดสิ่งที่อยู่ในใจ
ผู้อาวุโสเถียนอยากเลือกคนที่แข็งแกร่งกว่าระหว่างข้ากับเฉินสืออันไปเข้าร่วมชุมนุมยอดฝีมือ ย่อมมีวิธีมากมาย แต่เขากลับจงใจผูกเรื่องนี้เข้ากับตำแหน่งรองหัวหน้าหน่วยค่ายล่าสัตว์ปีศาจ
