หลิ่วชิงอีเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนเอ่ยว่า “นายท่านทราบหรือไม่ว่า ในบรรดาป้อมปราการมากมายแห่งซากปรัก ป้อมเฟิงฉี่ของเรามีความแข็งแกร่งเพียงระดับกลางค่อนไปทางต่ำ
หากคิดอาศัยป้อมเฟิงฉี่ครองความเป็นใหญ่ในซากปรัก ย่อมยากเย็นดุจปีนป่ายสู่สวรรค์
อีกทั้ง แม้นายท่านจะได้อันดับสี่ในการชุมนุมยอดฝีมือ
แต่ป้อมปราการที่เข้าร่วมการชุมนุมยอดฝีมือนั้น ล้วนเป็นป้อมปราการที่มีเขตแดนติดกับหรืออยู่ใกล้ราชวงศ์เซิ่งอู่ เป็นเพียงส่วนหนึ่งในบรรดาป้อมปราการมากมายแห่งซากปรักเท่านั้น”
เฉินสืออันพยักหน้า “เรื่องเหล่านี้ ข้าย่อมรู้ดี
แต่ทุกสิ่งล้วนอยู่ที่คนลงมือทำ
เมื่ออยู่ในซากปรัก ก็ต้องผงาดขึ้นจากจุดต่ำต้อย ทะยานสู่เวหา!”
หลิ่วชิงอีชะงักไปเล็กน้อย ก่อนค้อมกายประสานมือให้เฉินสืออัน “นายท่านมีปณิธานทะยานสู่เมฆา ชิงอีขอสาบานว่าจะติดตามนายท่านจนตัวตาย!”
เฉินสืออันยิ้มบาง ๆ “ติดตามข้าก็พอ ไม่ต้องพูดถึงเป็นตายอะไรนั่น
เอาละ เจ้าไปได้แล้ว บัดนี้มีฝ่ามือตะวันแผดเผาสวรรค์แล้ว ขอบเขตการบำเพ็ญของเจ้าคงก้าวหน้าได้อย่างรวดเร็ว ช่วงนี้จงตั้งใจฝึกฝนให้ดี”
หลังหลิ่วชิงอีจากไป เฉินสืออันก็ออกจากค่ายสังหารสามประการ มุ่งหน้าไปยังจวนเจ้าเมือง
“สืออัน เจ้าเป็นคนดันข้าขึ้นเป็นเจ้าเมืองเองแท้ ๆ แต่กลับสะบัดก้นหนีหายไปเสียอย่างนั้น
หายไปตั้งครึ่งเดือน เจ้าไปอยู่ที่ไหนมา?” พอเห็นเฉินสืออัน เซียงหลีก็เอ่ยตัดพ้อทันที
เฉินสืออันไม่ปิดบัง “ข้าส่งฟู่หนานเทียนกับฟู่หยิงหยิงกลับไปยังป่าไป๋จ้าง ทั้งยังช่วยเปิดสถานที่ฝึกตนของไป๋ฉี่เทียนให้พวกเขาด้วย”
