เซียงหลีถอนหายใจยาว “ข้าก็สงสัยเช่นนั้นเหมือนกัน หลิวมู่เลือกอยู่ที่ป้อมปราการหลิวซือ เท่ากับส่งสัญญาณที่ชัดเจนอย่างยิ่งออกมาแล้ว”
เฉินสืออันพยักหน้า “ในเมื่อเจ้ากับข้าคาดการณ์ตรงกัน เรื่องเช่นนี้ย่อมมีโอกาสเกิดขึ้นสูงมาก
พื้นที่แถบนี้ของพวกเรากำลังจะปั่นป่วน หากพวกเราดึงป่าไป๋จ้างเข้ามาอยู่ในเมืองชั้นนอก ก็เท่ากับได้พันธมิตรเพิ่มขึ้นหนึ่งฝ่าย ได้ประโยชน์มากกว่าเสียประโยชน์
ที่สำคัญกว่านั้น คลังสมบัติยอดยุทธ์ถูกเปิดออกแล้ว ไม่ว่าจะเป็นป้อมปราการหลิวซือหรือป้อมปราการเฮยสุ่ย ความคิดที่จะช่วงชิงป่าไป๋จ้างย่อมลดน้อยลงอย่างมาก
ป้อมปราการหลิวซือต้องการให้พวกเราช่วยโจมตีป้อมปราการเฮยสุ่ย ต่อให้พวกเขารู้ว่าป่าไป๋จ้างร่วมมือกับพวกเราแล้ว ก่อนจะยึดป้อมปราการเฮยสุ่ยได้สำเร็จ พวกเขาก็ย่อมไม่เปิดศึกกับพวกเรา”
เซียงหลีพยักหน้า “เรื่องจัดการให้ป่าไป๋จ้างตั้งหลัก หากมีตรงไหนต้องให้ข้าช่วยก็บอกมาได้เลย”
เฉินสืออันส่ายหน้า “ค่ายสังหารสามประการจัดระเบียบเมืองชั้นนอกเสร็จไปเกือบหมดแล้ว ตอนนี้ป่าไป๋จ้างย้ายเข้ามาก็ไม่มีอุปสรรคอะไร”
กล่าวถึงตรงนี้ เขาก็เปลี่ยนเรื่อง “พี่เซียง ตอนนี้ทางพี่เฉียนเป็นอย่างไรบ้าง?”
เซียงหลีเผยสีหน้าราวกับกำลังบอกให้เขาดูแลตัวเองให้ดี “ข้ามอบกระบี่เสวียนเฟิงให้ซานเสวี่ยแล้ว ทั้งยังอธิบายความลำบากใจและเหตุจำเป็นของเจ้าให้นางฟังด้วย
แต่นางเพียงยิ้ม แล้วก็ไม่พูดอะไรอีก”
เมื่อได้ยินเช่นนั้น เฉินสืออันก็ทำหน้าเจื่อน ถอนหายใจกล่าวว่า “ดูท่าข้าคงต้องหลบไปอีกสักพัก”
