เฉียนซานเสวี่ยแค่นเสียงเย็นชา “ถึงตอนนี้แล้วยังจะหาข้อแก้ตัวอีกหรือ?”
เฉินสืออันรีบก้มศีรษะ โน้มตัวลง แล้วประสานมือคารวะเฉียนซานเสวี่ยอย่างนอบน้อม “พี่หญิงเฉียน เรื่องผู้อาวุโสเถียนเป็นความผิดของข้า ขอพี่หญิงโปรดอภัยให้ข้าด้วย!”
เฉียนซานเสวี่ยมองเฉินสืออันเงียบ ๆ ครู่ใหญ่ ก่อนเอ่ยขึ้นว่า “ช่างเถิด เรื่องนี้หลัก ๆ เป็นเพราะเซียงฉู่สยงคอยผลักดัน เจ้าเองก็ถูกบีบบังคับ
อีกทั้งสำนึกผิดอย่างจริงใจ ข้าจะให้อภัยเจ้า ไม่เอาความอีก”
ได้ยินเช่นนั้น เฉินสืออันก็ชะงักไปอย่างเห็นได้ชัด
เขาไม่คิดเลยว่าเรื่องนี้จะคลี่คลายได้ง่ายดายถึงเพียงนี้
รอยยิ้มสดใสพลันปรากฏบนใบหน้า “ขอบคุณพี่หญิงเฉียน”
กล่าวจบ เขาก็รีบก้าวเข้าไป ส่งขวดกระเบื้องทั้งหกใบให้เฉียนซานเสวี่ยราวกับนำของล้ำค่ามามอบให้
โอสถศักดิ์สิทธิ์หยวนสามขวด โอสถกระตุ้นโลหิตสามขวด
เฉียนซานเสวี่ยส่งเสียงฮึเบา ๆ รับขวดกระเบื้องมาไว้ในมือ เมื่อเปิดดู ใบหน้าก็เผยความยินดีขึ้นมาทันที จากนั้นนางกลอกตาใส่เขา
“ยังนับว่าเจ้ามีมโนธรรมอยู่บ้าง”
เห็นว่าตนรอดพ้นจากเรื่องนี้ได้ง่ายดาย เฉินสืออันก็โล่งอกไปมาก
เขาคิดในใจว่า หากรู้แต่แรกว่าจะง่ายดายเช่นนี้ ตอนนั้นก็ไม่น่าหนีไปเลย
ในจังหวะนั้นเอง เฉียนซานเสวี่ยโบกมือเบา ๆ “ตอนนี้ผู้บัญชาการเฉินมาเยือนค่ายล่าสัตว์ปีศาจของเรา ในฐานะแขก พวกเจ้ากลับชักดาบง้างธนูใส่เขาเมื่อครู่ ไร้มารยาทต่อแขกนัก ยังไม่รีบขอขมาผู้บัญชาการเฉินอีก!”
เฉินสืออันรีบโบกมือ กำลังจะเอ่ยปาก
