[โอ้โห ฉันเห็นอะไรเนี่ย? ฉู่อีอีคุยกับฝูงลิงรู้เรื่องด้วยเหรอ?]
[เหลือเชื่อเกินไปแล้ว!]
[คุยกันรู้เรื่องขนาดนี้ อย่างกับคุยกับคนเลย!]
[คุยกับคนบางทียังไม่รู้เรื่องขนาดนี้เลย เพราะบางคนสมองไม่มี!]
[ดูสายตาที่พวกลิงมองพี่อีสิ เต็มไปด้วยความเลื่อมใสเลย ฉันว่าพวกมันต้องคิดว่าพี่อีเป็นเทพแน่ ๆ!]
[น่าโมโหจริง ๆ ลิงฉลาดน่ารักขนาดนี้ อะไรทำให้พวกมันบาดเจ็บหนักได้ขนาดนั้นนะ?]
[พี่อีสุดยอดไปเลย เธอเป็นเทพของฉันตลอดไป!]
[ฉันอยากรู้มากว่า ตอนกลางวันที่พี่อีหายไปจากกล้อง เธอไปไหนมา แล้วเกิดอะไรขึ้นกันแน่?]
[ดูสีหน้ากู้หมิงจูกับกู้เสวียนแล้ว ฉันรู้สึกว่าสามคนนี้ต้องมีเรื่องอะไรเกิดขึ้นแน่ ๆ... อยากรู้มาก!]
ตั้งแต่ฉู่อีอีปรากฏตัวในภาพถ่ายทอดสดอีกครั้ง จำนวนผู้ชมก็เริ่มพุ่งขึ้นอย่างรวดเร็ว
หลักล้าน หลักสิบล้าน ร้อยล้าน สองร้อยล้าน...
ผู้ชมจากทั่วทุกมุมโลกต่างหลั่งไหลเข้ามาในห้องถ่ายทอดสด
แม้แต่ผู้ชมต่างชาติที่ฟังภาษาจีนไม่รู้เรื่อง พอเห็นฉู่อีอีคุยกับฝูงลิง ก็ยังตกตะลึงมาก
หัวข้อ #ฉู่อีอีสื่อสารกับสัตว์ได้อย่างไร้สิ่งกีดขวาง# กลายเป็นประเด็นถกเถียงอย่างดุเดือดบนอินเทอร์เน็ตทั่วโลก
ถึงขั้นมีทีมที่ศึกษาภาษาสัตว์โดยเฉพาะ อยากติดต่อฉู่อีอี
วันที่หก
เช้าวันนั้นฉู่อีอีตื่นขึ้นมา ก็เห็นผลไม้วางอยู่ตรงหน้าเต็มไปหมด
วางเรียงเป็นระเบียบอยู่ตรงหน้าเธอ ราวกับเครื่องเซ่นไหว้
ฉู่อีอีลุกขึ้นมายืดเส้นยืดสาย เคี้ยวใบไม้สองสามใบทำความสะอาดช่องปาก ก่อนจะไปหาอะไรกิน
มีทั้งกล้วย ลูกพลับ องุ่น และผลไม้อีกหลายชนิดที่ฉู่อีอีไม่รู้จักชื่อ
รสเปรี้ยวอมหวาน อร่อยใช้ได้
หลังจากกินจนอิ่ม ฉู่อีอีก็ไปตรวจดูอาการบาดเจ็บของลิงที่บาดเจ็บสองสามตัว
ฉู่อีอีสั่งให้ราชาวานรพาพวกลิงไปเก็บสมุนไพรเอง พอเก็บกลับมาแล้วก็ให้พวกมันเอาไปบดบนหิน ก่อนจะพอกลงบนแผล
ระหว่างนั้นฉู่อีอีแค่มองอยู่ข้าง ๆ เพื่อให้แน่ใจว่าพวกมันไม่เก็บยาผิด เธอไม่ได้ยื่นมือเข้าไปช่วยเลย
พอพวกลิงจัดการเสร็จ เธอก็ชมพวกมันอย่างไม่หวงคำชม
“พวกเธอฉลาดจริง ๆ เรียนรู้ได้เร็วขนาดนี้ ต้องจำเอาไว้ให้ดีนะ ต่อไปถ้าฉันไม่อยู่ที่นี่แล้ว พวกเธอก็ต้องพึ่งตัวเองทั้งหมด!”
