พอชาวเน็ตเห็นเวยป๋อโพสต์นี้ ทุกคนก็ฮือฮากันใหญ่
[มีสัมภาษณ์พิเศษด้วยเหรอ แขกรับเชิญเป็นพี่อีหรือเปล่า? อ๊าก ในที่สุดก็จะได้เจอพี่อีอีกแล้ว!]
[แขกรับเชิญคนอื่นพังกันหมดแล้ว น่าจะเป็นพี่อีได้คนเดียวใช่ไหม?]
[ไม่สนแล้ว ยังไงก็ต้องเป็นพี่อี! ถ้าไม่ใช่พี่อี ฉันขอสาปให้ผู้กำกับกินบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปโดยไม่มีซองเครื่องปรุงไปตลอดชีวิต!]
[ผู้กำกับ ถ้าไม่ออกมาชี้แจง ฉันจะถือว่าคุณยอมรับแล้วว่าแขกรับเชิญสัมภาษณ์คือพี่อี ถ้าพรุ่งนี้ฉันไม่ได้เห็นพี่อี คุณรับผลที่ตามมาเองนะ!]
[ผู้กำกับ พอได้เจอพี่อีแล้วต้องช่วยเกลี้ยกล่อมให้เธอไปออกรายการวาไรตี้กับถ่ายละครบ่อย ๆ นะ ฉันดูละครกับรายการวาไรตี้ของพี่อีไปไม่ต่ำกว่าสิบรอบแล้ว!]
[ผู้กำกับ ๆ พรุ่งนี้ช่วยถามพี่อีหน่อยสิว่า ผู้ชายหล่อสองคนนั้นที่เคยปรากฏตัวพร้อมเธอมีความสัมพันธ์อะไรกัน แล้วมีโอกาสเป็นแฟนเธอไหม?]
[ผู้กำกับ เชิญผู้ชายหล่อสองคนนั้นเข้าวงการทีเถอะ ขอร้องละ!]
ชาวเน็ตนับไม่ถ้วนพากันเข้ามาดูข่าว หลังจากกดแจ้งเตือนถ่ายทอดสดแล้ว ก็เริ่มเขียนคำถามที่อยากถามไว้ใต้เวยป๋อโพสต์นั้น ขอให้ผู้กำกับเอาไปถามฉู่อีอีพรุ่งนี้
บางคนอดใจไม่ไหว เริ่มสืบประวัติจวินเช่อกับฟู่ยวี้บนอินเทอร์เน็ต
ประวัติของจวินเช่อค่อนข้างลึกลับ นอกจากรูปที่เขาถูกถ่ายพร้อมกับฉู่อีอีเมื่อไม่นานมานี้แล้ว ก็ไม่มีข้อมูลอื่นให้ค้นเจอเลย
แต่ฟู่ยวี้ทำธุรกิจอยู่บ่อย ๆ ถึงจะไม่เคยปรากฏในข่าวบันเทิง แต่หนังสือพิมพ์เศรษฐกิจท้องถิ่นของไห่เฉิงก็รายงานข่าวเขาอยู่เสมอ
ไม่นานก็มีคนขุดประวัติของฟู่ยวี้ออกมา คนในครอบครัวที่ทำธุรกิจบางคนก็ออกมายืนยันว่า ฟู่ยวี้เป็นผู้บริหารกลุ่มบริษัทฟู่ ซึ่งเป็นมหาเศรษฐีอันดับหนึ่งของไห่เฉิงในตอนนี้
ไม่มีใครเปิดเผยว่าเขาเป็นคุณชายใหญ่แห่งตระกูลหรง
ตระกูลหรงมีสถานะอยู่บ้างในแวดวงชนชั้นสูงของเมืองหลวง ตราบใดที่ตระกูลหรงยังไม่ประกาศออกไปเอง คนอื่นก็ไม่กล้าป่าวประกาศ
ที่ไม่มีใครเปิดเผยประวัติของจวินเช่อออกไป ก็เพราะไม่กล้าล่วงเกินตระกูลจวินเช่นกัน
