“พ่อเก่งมาก แถมยังดีกับหนู หนูอยากดูแลพ่อให้ดีกว่านี้ และยิ่งอยากอยู่กับพ่อตลอดไป” กู้หมิงจูพูดเสียงเบา
กู้เจี้ยนกัวพอใจมาก ใบหน้ามีรอยยิ้มแห่งความสุข
แววตาของหลี่อวี้หม่นดับลงจนหมด
เธอยกมือกุมหน้าอก เจ็บปวดจนแทบหายใจไม่ออก
“เลิกพูดไร้สาระได้แล้ว รีบไปทำกับข้าวสิ ฉันกับหมิงจูหิวมาตลอดบ่ายแล้ว” กู้เจี้ยนกัวเร่งอย่างไม่พอใจ “กินเสร็จแล้ว ฉันกับหมิงจูจะไปโรงพยาบาลดูเยี่ยนเอ๋อร์กับชิงเอ๋อร์ อย่ามาเสียเวลาพวกเรา”
หัวใจหลี่อวี้หดเกร็งวูบหนึ่ง
พวกเขาคิดจะไปทำร้ายเยี่ยนเอ๋อร์หรือ?
กู้หมิงจูพูดเสียงหวานว่า “ขอโทษนะคะแม่ หนูทำงานใช้แรงพวกนั้นไม่เป็น เลยช่วยแบ่งเบาภาระงานบ้านให้แม่ไม่ได้”
“แต่เรื่องดูแลพ่อ หนูจะทุ่มเทให้มากขึ้นค่ะ”
“ต่อไปหนูกับแม่จะช่วยกันดูแลพ่อกับบ้านหลังนี้ให้ดี”
“เราต่างคนต่างทำในสิ่งที่ถนัด ทุกอย่างก็จะสมดุล บ้านนี้ถึงจะมั่นคงได้ค่ะ”
หลี่อวี้สูดหายใจลึก ข่มความโกรธและความสะอิดสะเอียนในใจ
“รอก่อนนะ ฉันจะไปทำกับข้าวให้เดี๋ยวนี้”
เธอพูดทิ้งท้ายแล้วเดินเข้าครัวไป
กู้หมิงจูเห็นท่าทางไร้กระดูกสันหลังของหลี่อวี้ แววดูแคลนก็วาบผ่านดวงตา
ทั้งไร้ความสามารถทั้งไม่มีความคิดเป็นของตัวเอง นอกจากหน้าตาก็ไม่มีอะไรดี ตอนนี้อายุมากแล้ว ความสวยก็สู้สาวรุ่นอย่างเธอไม่ได้ ถูกทิ้งก็สมควรแล้ว
หลี่อวี้ใช้เวลาหนึ่งชั่วโมงกว่าจะทำมื้อเย็นเสร็จ
ทั้งสามคนนั่งลงกินข้าวด้วยกัน
กู้เจี้ยนกัวยังสั่งให้เธอตักข้าว แม้แต่ข้าวของกู้หมิงจูก็ให้เธอตัก
หลี่อวี้ไม่ได้ปฏิเสธ จัดข้าวให้พวกเขาเรียบร้อย
ระหว่างกินข้าว ทั้งสองคนก็ยังไม่หยุดหาเรื่อง
พวกเขาไม่สนใจความรู้สึกของหลี่อวี้อีกต่อไปแล้ว
เหมือนจงใจทดสอบขีดจำกัดของหลี่อวี้ไม่หยุด หรือไม่ก็พยายามฝึกให้เธอเชื่อง ด้วยการกดหัวดูถูก จนเธอยอมเป็นทาส คอยรับใช้พวกเขาและยกพวกเขาเป็นเจ้านาย
