[เชี่ย ๆ ใครก็ได้บอกทีว่านี่มันเรื่องอะไรกันแน่?]
[ทีมผู้กำกับโดนพิษจนตายจริง ๆ เหรอ? แล้วห้องไลฟ์นี่มันยังไง? ทำไมยังถ่ายทอดสดอยู่ล่ะ?]
[อึ้งไปเลย ไม่คิดว่าลับหลังกู้หมิงจูจะวางท่าหยิ่งขนาดนี้ แถมยังจับกลุ่มกันกลั่นแกล้งฉู่อีอีอีก ทีมผู้กำกับเพิ่งออกไปไม่ถึง 10 นาที เธอก็ไม่คิดจะเสแสร้งแล้ว ที่แท้เธอเป็นคนแบบนี้เอง!]
[คนอื่น ๆ ไม่ตกใจเลยสักนิด หรือคนในวงการรู้กันหมดว่าเธอเป็นคนยังไง?]
[จางเจียเจีย ฉินซิ่วหาน ต้วนเจียง พวกคุณเป็นอะไรกันไปหมด? กู้หมิงจูให้ผลประโยชน์นิดหน่อย พวกคุณก็จับมือกับเธอกลั่นแกล้งฉู่อีอีแล้วเหรอ? เพื่อผลประโยชน์แค่นี้ ถึงกับไม่เป็นคนกันแล้วหรือไง?]
[สงสารฉู่อีอี!]
[ฉู่อีอีสมควรโดนแล้ว เธอทำตัวเองทั้งนั้น ก่อนหน้านี้ฉู่อีอีทำอะไรไว้ พวกคุณลืมกันหมดแล้วหรือไง?]
[ใช่แล้ว เมื่อก่อนหมิงจูโดนฉู่อีอีกลั่นแกล้งอยู่บ่อย ๆ ไม่นานมานี้ฉู่อีอีก็ยังเอาแต่รังแกหมิงจู ต่อให้หมิงจูร่วมมือกับคนอื่นรังแกฉู่อีอี ก็แค่เอาคืนด้วยวิธีเดียวกันเท่านั้น ฉู่อีอีสมควรโดนแล้ว ไม่ต้องสงสารหรอก!]
ขณะที่ผู้ชมในห้องไลฟ์กำลังถกเถียงกันอย่างดุเดือด รูปแบบการถ่ายทอดสดก็เปลี่ยนเป็นการเชื่อมต่อขึ้นมาอย่างกะทันหัน
จากนั้น หน้าต่างเล็ก ๆ สำหรับเชื่อมต่อก็ปรากฏขึ้นบนหน้าจอไลฟ์
ในหน้าต่างนั้นมีภาพผู้กำกับปรากฏขึ้น
ด้านหลังผู้กำกับยังมีคนคุ้นหน้าหลายคนยืนอยู่
[เชี่ย นั่นผู้กำกับไม่ใช่เหรอ? ผู้กำกับไม่ได้โดนพิษตายไปแล้วหรือไง? ทำไมยังมีชีวิตอยู่ล่ะ? ฟื้นจากความตายเหรอ?]
[คนที่ยืนอยู่ข้างหลังผู้กำกับก็คุ้น ๆ เหมือนกัน... นึกออกแล้ว พวกเขาคือทีมงานที่โดนพิษพร้อมกับผู้กำกับนี่นา พวกเขาไม่เป็นไรเหมือนกันเหรอ?]
[ตกลงมันเรื่องอะไรกันแน่? ผู้กำกับพูดอะไรหน่อยสิ!]
ท่ามกลางเสียงถกเถียงเต็มหน้าจอ ในที่สุดผู้กำกับก็เปิดปาก เขายิ้มกว้างพลางกล่าวว่า “สวัสดีผู้ชมทุกคนครับ ผมกับทีมงานที่กินผลไม้ป่าทุกคนสบายดี พวกเราไม่ได้โดนพิษและไม่ได้เสียชีวิต ทำให้ทุกคนเป็นห่วง ต้องขอโทษด้วยจริง ๆ ครับ”
[พอเลย ไม่ต้องพูดเรื่องไร้สาระ รีบอธิบายมาว่ามันเกิดอะไรขึ้นกันแน่?]
