“อ๊ากกกก...!”
ชายคนนั้นคุกเข่าอยู่บนพื้น ร้องคำรามด้วยความโกรธแค้นและสิ้นหวัง
“ฉันต่อสู้อย่างเอาเป็นเอาตายก็เพื่อให้มีชีวิตรอด ในที่สุดก็ชนะแล้วแท้ ๆ ทำไมยังไม่ยอมให้ฉันมีชีวิตอีก? อ๊ากกกก!”
จากนั้นเขาก็ชูดาบขึ้น ปาดคอตัวเองอย่างสิ้นหวัง
เขาไม่กล้าไม่ฆ่าตัวตาย
เพราะรู้ดีว่าหากตกอยู่ในมือฉู่อีอี จุดจบของเขาจะทุกข์ทรมานกว่าฆ่าตัวตายเป็นหมื่นเท่า
เสียงกรีดร้องของเจย์ บาวเออร์ยังดังก้องอยู่ในหู เขาไม่อยากต้องทนทุกข์แบบนั้นเช่นกัน
ฉู่อีอีมองศพสุดท้ายล้มลง ก่อนยิ้มออกมา “ทำไมขวัญอ่อนกันจัง?”
“ฉันแค่พูดไปเรื่อย เขากลับฆ่าตัวตายจริง ๆ ต่อให้ไม่ฆ่าตัวตาย ฉันก็ไม่ทำอะไรเขาหรอก”
“ยังไงฉันก็เป็นคนใจดีมาตลอด ไม่ใช่คนที่ชอบฆ่าแกงใครสักหน่อย”
ทาน่ากับลอฟฟ์ก้มหน้าเงียบ ๆ
ฉู่อีอีตบลำตัวเสือขาวตัวใหญ่ “ไปกันเถอะ”
เสือขาวตัวใหญ่เหลือบมองกองเนื้อตรงนั้นอย่างเสียดาย ส่งเสียงครางหงิง ๆ สองครั้ง ก่อนจะก้าวเดินจากไป
ทาน่ากับลอฟฟ์ก็รีบตามไปติด ๆ
พวกเขาเดินทางกันมาทั้งวัน ในที่สุดก็มาถึงริมแม่น้ำ
ระหว่างทาง พวกเขาเก็บผลไม้ป่าจากในป่ามาบ้าง ตั้งใจเก็บไว้กินตอนข้ามไปฝั่งทะเลทราย
“ดูสิ ตรงนั้นมีแพไม้ไผ่พร้อมใช้ด้วย!” ทาน่าชี้ไปยังที่ไกล ๆ แล้วร้องขึ้นอย่างตื่นเต้น
ฉู่อีอีหันไปมอง ก็เห็นแพไม้ไผ่ขนาดใหญ่จริง ๆ
พวกเขาเดินไปถึงแพ แล้วช่วยกันดันมันลงไปที่ริมแม่น้ำ
ฉู่อีอีกระโดดลงจากหลังเสือขาวตัวใหญ่ จากนั้นไปตัดไม้ไผ่มาอีกจำนวนหนึ่ง แล้วตัดตามข้อไผ่ให้เป็นท่อน ๆ เจาะรูเล็ก ๆ ที่ด้านหนึ่งเพื่อใช้เป็นกระบอกใส่น้ำ นำไปเติมน้ำจนเต็มที่ริมแม่น้ำ แล้วใช้จุกไม้ปิดรูไว้ไม่ให้น้ำรั่วออกมา
แต่ละคนเตรียมไว้คนละ 5 กระบอก เพียงพอสำหรับดื่มในทะเลทรายแล้ว
เมื่อเตรียมทุกอย่างพร้อม พวกเขาก็เตรียมออกเดินทาง
ฉู่อีอีหันไปมองเสือขาวตัวใหญ่ ตบหัวมันเบา ๆ แล้วพูดว่า “ไปเถอะ เราแยกทางกันตรงนี้ ชาตินี้คงไม่มีโอกาสได้เจอกันอีกแล้ว ต่อไปแกก็ขึ้นเป็นเจ้าป่าในผืนป่านี้ได้เลย”
“แต่แกควรวิ่งไปให้ไกลก่อนนะ ฉันกลัวว่าอีกไม่นานจะมีคนมาล่าแก”
เสือขาวตัวใหญ่ร้องโฮก ๆ ไม่หยุด
ท่าทางดูร้อนใจมาก
ฉู่อีอีบอกว่า “ฟังไม่รู้เรื่อง หยุดร้องได้แล้ว”
