ทุกคนต่างมองไปทางฉู่อีอี
ฉู่อีอีพูดอย่างใจเย็นว่า “ฟู่ยวี้เป็นเพื่อนของฉัน ส่วนเขา...”
เธอยื่นมือไปวางบนไหล่จวินเช่อ ตบเบา ๆ สองที ก่อนยิ้มออกมา “เขาเป็นน้องชายฉัน”
“น้องชายเหรอ? ตระกูลกู้มีลูกชายสามคน ลูกสาวหนึ่งคนไม่ใช่หรือครับ?” ผู้กำกับถามอย่างสงสัย
ตอนนี้ลูกทั้งสามคนของตระกูลกู้ตายไปหมดแล้ว ทำไมถึงมีน้องชายโผล่มาอีกคนล่ะ?
ฉู่อีอีตอบว่า “เขาไม่ใช่คนตระกูลกู้ ถึงเราจะไม่มีสายเลือดเดียวกัน แต่สนิทกันยิ่งกว่าพี่น้องแท้ ๆ ตอนเด็กฉันเร่ร่อนอยู่ข้างนอก โชคดีที่มีน้องชายอยู่ด้วย ถึงได้ไม่รู้สึกลำบากขนาดนั้น”
แล้วยังมีพี่ไน่ด้วย...
แต่เธอไม่อยากเปิดเผยพี่ไน่ต่อหน้าสาธารณชน จึงไม่ได้พูดถึง
ผู้กำกับพยักหน้าอย่างเข้าใจ “ที่แท้ก็อย่างนี้นี่เอง พวกคุณผ่านความยากลำบากมาด้วยกัน ไม่น่าแปลกใจที่สนิทกันขนาดนี้”
[ไม่มีสายเลือดเดียวกัน งั้นก็ยังมีโอกาสพัฒนาความสัมพันธ์น่ะสิ!]
[โตมาด้วยกันแบบนี้ เรียกว่ารักแรกพบวัยเด็กได้ไหม? ฉันเชียร์คู่นี้!]
[ฉันว่าประธานฟู่ก็ดีนะ พี่อีโตมาด้วยกันกับน้องชาย สนิทกันเกินไปจนยากจะเกิดความรักแบบชายหญิง]
[จะเลือกอะไรล่ะ กล้า ๆ หน่อย เอาให้หมดเลย! พี่อีคู่ควรกับสิ่งนั้น!]
[ใช่ ๆ แค่สองแท่งเอง!]
[เฮ้อ อินเทอร์เน็ตไม่มีความจำกันหรือไง ทุกคนลืมพี่ลิงกับท่านพยัคฆ์กันเร็วขนาดนี้เลยเหรอ? ตอนนั้นคนที่จิ้นพี่อีกับพี่ลิงและท่านพยัคฆ์มีตั้งเยอะ]
[ฮ่า ๆ ๆ พวกเธออย่าเพ้อเจ้อเกินไปสิ!]
[รอดูพี่อีเลือกเถอะ เธอเลือกใครฉันก็สนับสนุน ต่อให้สุดท้ายเลือกเจ้าลิงหรือเสือขาวตัวใหญ่ ฉันก็สนับสนุน]
