พัค ชางโมโหจนตาเหลือก พูดอะไรไม่ออก อยากสลบก็สลบไม่ได้ กลับยังมีสติแจ่มชัด รับรู้ถึงความเจ็บปวดทั่วร่างและสัมผัสได้ว่าชีวิตกำลังค่อย ๆ เลือนหาย
ฉู่อีอีโหดเหี้ยมเกินไปแล้ว
เธอตั้งใจทำให้เขามีสติอยู่ตลอด ปล่อยให้เขาทรมานอย่างแสนสาหัส
ฉู่อีอีมองไปรอบ ๆ ก่อนถือดาบซามูไรเดินไปหยุดตรงหน้าต้นไม้เล็ก ๆ ที่มีลำต้นหนาเท่าแขน
เธอยกดาบซามูไรขึ้นฟันฉับ ต้นไม้ต้นนั้นก็ถูกฟันเฉียงขาดจากกันตรงจุดที่สูงจากพื้นราว 1 เมตร
เธอยังฟันกิ่งก้านที่แตกออกมาจากตอไม้อีกด้วย
จากนั้นเธอก็มองทาน่ากับลอฟฟ์ พลางยิ้มและพูดว่า “วัยรุ่นก็ต้องลุกขึ้นสู้สิ อายุเท่านี้ยังไม่ถึงวัยนอนหมดแรงหรอก ช่วยทำให้เขาลุกขึ้นสู้หน่อย ให้เขานั่งบนนี้ แล้วเขาก็จะลุกสู้ได้ตลอดเวลา”
ทาน่ากับลอฟฟ์นิ่งไปหลายวินาทีกว่าจะเข้าใจว่าเธอหมายถึงอะไร
“ไม่… อย่า… ไม่ได้นะ!”
“อ๊ากกกก—”
ห้องรับชมของเหล่าเศรษฐี
พัค ซังอินโกรธจนตัวสั่น “ตอนแรกฉันนึกว่าการทรมานก่อนหน้านี้ก็เกินพอแล้ว ไม่คิดเลยว่าฉู่อีอียังจะคิดวิธีโหดเหี้ยมแบบนี้มาทรมานพัค ชางได้อีก!”
“เธอน่ากลัวกว่าปีศาจเสียอีก!”
ชายหนวดพูดเสียงเย็นว่า “คุณพัค อย่าเพิ่งโกรธไปเลย พรุ่งนี้ก็ลงโทษเธอได้แล้ว”
“ฉู่อีอีคนนั้นใช้วิธีโหดร้ายขนาดนี้ กับฮิกาวะ โอกาซากะแห่งประเทศบากะของเรายังโหดกว่านี้อีก แค้นนี้ต้องชำระ!”
