“ครับ”
พ่อบ้านหนุ่มหยุดอยู่กลางศาลา เอื้อมมือยกกาน้ำชาที่กำลังเดือดบนโต๊ะน้ำชาออกจากเตา แล้วเริ่มชงชาอย่างชำนาญ
“ทางบ้านรู้เรื่องที่คุณหนูลงแข่งแล้วครับ พวกเขาโกรธกันมาก เกรงว่าพอคุณหนูกลับไปคงโดนบ่นยกใหญ่”
พ่อบ้านหนุ่มพูดเสียงเบา ราวกับกลัวจะรบกวนชายหนุ่ม
ชายหนุ่มหยิบอาหารปลาโยนลงทะเลสาบอีกเม็ด ข้อนิ้วที่เป็นสันบนหลังมือทำให้มือของเขาดูเรียวยาว ผิวขาวเนียนห่อหุ้มอยู่ ราวกับเป็นงานศิลปะที่ไร้ตำหนิ
เขาพูดอย่างไม่ใส่ใจ “ฉันจัดการเอง”
“แค่ฉันอนุญาต เธออยากทำอะไรก็ทำได้ ไม่มีใครมีสิทธิ์มายุ่ง”
เสียงของเขาใสกังวานน่าฟัง ดุจสายน้ำที่ไหลเอื่อย มีมนตร์สะกดให้ความกระวนกระวายสงบลง
พ่อบ้านหนุ่มชงชาเสร็จแล้ว เขาใช้พัดลมตัวเล็กเป่าถ้วยชาให้เย็นลงเล็กน้อย ก่อนถือชาเดินไปหาชายหนุ่ม คุกเข่าข้างหนึ่งแล้วยื่นถ้วยไปจ่อริมฝีปากอีกฝ่าย
“ได้ยินว่าคุณท่านกับคุณนายโกรธมากครับ ช่วงนี้พวกคนรับใช้ในบ้านต่างก็หวาดผวากัน เกรงว่าแม้คุณชายจะออกหน้า ก็คงดับไฟโกรธในใจพวกเขาไม่ได้”
ชายหนุ่มจิบชาแล้วตอบเสียงเรียบ “ไม่เป็นไร ฉันจัดการได้”
“อย่างมากก็แค่คลั่งขึ้นมาสักรอบ พวกเขาก็มัวแต่ปลอบจนไม่กล้ามายุ่งแล้ว”
พ่อบ้านหนุ่มนิ่งงัน
คุณชายดูสง่างามเหนือโลกถึงเพียงนี้ แต่กลับพูดประโยคแบบนั้นออกมาด้วยท่าทีเรียบเฉย ช่างให้ความรู้สึกขัดแย้งกันอย่างบอกไม่ถูก
พ่อบ้านหนุ่มชะงักไปครู่หนึ่ง คล้ายเพิ่งนึกอะไรขึ้นได้ ก่อนเอ่ยต่อ “มีเศรษฐีบางส่วนหนีไปแล้วครับ ต้องสั่งให้คนไปจับตัวไหมครับ?”
