ฉู่อีอีมองพวกเขาพลางกล่าวว่า “ถ้าจะไปกับฉันก็ได้ แต่ขอพูดไว้ก่อนนะ ถ้าเจออันตราย ฉันจะเอาตัวเองให้รอดก่อน ถ้าไม่กระทบกับตัวฉัน ฉันถึงจะคิดช่วยพวกนาย”
“ถ้าเจอสถานการณ์แบบเมื่อกี้อีก ที่แยกไม่ออกว่าใครเป็นศัตรูใครเป็นมิตร ฉันก็จะโจมตีทุกคนโดยไม่เลือกหน้าเหมือนเดิม”
“ถ้าพวกนายโชคร้าย ก็อาจตายด้วยมือฉันได้”
มาห์นตอบอย่างไม่ลังเลว่า “ไม่เป็นไร เธอห่วงตัวเองก็พอแล้ว ถ้าเธอต้องเดือดร้อนเพราะฉัน ฉันต่างหากที่จะรู้สึกไม่ดีที่ไปกับเธอ”
ทาน่ากับลอฟฟ์ก็พยักหน้าคล้อยตาม
ฉู่อีอีไม่พูดอะไรอีก แล้วเดินนำไปข้างหน้า
ทั้งสามคนบาดเจ็บเล็กน้อย แต่โชคดีที่ไม่หนัก ไม่กระทบกับการเคลื่อนไหว
ป่าแห่งนี้ดิบเถื่อนยิ่งกว่าป่าที่ฉู่อีอีเคยถ่ายรายการเอาชีวิตรอดกลางถิ่นทุรกันดาร
พืชพรรณขึ้นหนาทึบ อากาศร้อนอบอ้าวและชื้นแฉะ พื้นเต็มไปด้วยใบไม้แห้ง พอเหยียบลงไป เท้าก็จมลงไป ใบไม้แห้งกองสูงจนท่วมข้อเท้า
กลิ่นเน่าเหม็นโชยออกมาจากกองใบไม้แห้ง
แมลงนานาชนิดที่อาศัยอยู่ข้างในพากันวิ่งหนีออกมา บางตัวลนลานจนวิ่งสะเปะสะปะ ยังไต่ขึ้นมาบนเท้าคนอีกด้วย
โชคดีที่ผู้เข้าแข่งขันทุกคนสวมชุดสำหรับปฏิบัติภารกิจโดยเฉพาะ ทั้งเสื้อแจ็กเก็ตและกางเกงขายาว รองเท้าบูต รวมถึงถุงมือ
ฉู่อีอีเหยียบลงไปทีเดียว ตะขาบหลายตัวก็คลานออกมา เธอเหยียบขยี้พวกมันจนแหลกทันที
นอกจากตะขาบ ยังมีสัตว์กิ้งกือ แมงป่อง และอื่น ๆ อีก
