ตำรวจกล่าวต่อว่า “หวังว่าพวกคุณจะเก็บเรื่องนี้เป็นความลับนะ เพื่อไม่ให้ผู้เสียหายได้รับผลกระทบมากไปกว่านี้ อย่าเพิ่งแพร่งพรายเรื่องนี้ออกไป รอให้การสอบสวนชัดเจนแล้ว ทางตำรวจจะออกประกาศเพื่อคืนความบริสุทธิ์ให้คุณ”
“หลังจากสอบสวนชัดเจนแล้ว ทางตำรวจจะไปจับกุมผู้ต้องสงสัยที่ปรากฏในวิดีโอ รวมถึงเจ้าของเว็บไซต์ที่อยู่เบื้องหลังด้วย ต้องจับให้ได้ อย่าเพิ่งแหวกหญ้าให้งูตื่น”
ฉู่อีอีพยักหน้า “เข้าใจแล้วค่ะ”
“แต่พวกคุณควรรีบหน่อยนะ อย่าปล่อยให้รอเป็นปีถึงค่อยออกประกาศล่ะ”
ตำรวจบอกว่า “วางใจได้ ใช้เวลาไม่นานขนาดนั้นหรอก”
ฉู่อีอีกับคนอื่น ๆ ออกจากสถานีตำรวจทางประตูหลัง
ตอนพวกเขาถูกพาตัวมาสถานีตำรวจ มีนักข่าวกับสตรีมเมอร์จำนวนมากได้ข่าวแล้วรีบมารออยู่หน้าสถานี
ถ้าออกทางประตูหน้า คงถูกล้อมจนไปไหนไม่ได้อีกแน่
ฉู่อีอีไปส่งฟู่ยวี้ที่บ้านก่อน จากนั้นค่อยกลับตระกูลจวินพร้อมกับจวินเช่อ
ตอนพวกเขากลับถึงบ้านก็ราวสี่ถึงห้าโมงเย็นแล้ว
ตามปกติ เวลานี้พ่อกับแม่จวินยังเลิกงานไม่ได้ แต่พอฉู่อีอีกับจวินเช่อกลับถึงบ้าน กลับเห็นทั้งคู่อยู่ที่นั่น
พ่อกับแม่จวินนั่งอยู่บนโซฟา ต่างคนต่างถือโทรศัพท์ นิ้วพิมพ์ข้อความบนหน้าจออย่างรวดเร็ว แทบจะเห็นเป็นภาพติดตา ดวงตาของทั้งคู่ยังแดงก่ำ ดูราวกับกำลังฆ่าฟันกันอย่างเอาเป็นเอาตาย ชวนให้ขนลุกอยู่ไม่น้อย
“คุณพ่อคุณแม่” ฉู่อีอีทักทายอย่างสุภาพ
จวินเช่อขมวดคิ้ว “พ่อแม่ วันนี้เลิกงานกันเร็วขนาดนี้ได้ยังไง? บริษัทมีงานตั้งเยอะ อย่าอู้งานกันสิ”
สองสามีภรรยาได้สติ พิมพ์ต่ออีกสองสามคำแล้วจึงวางโทรศัพท์ลง
แม่จวินถลึงตาใส่เขา “ถ้าเป็นห่วงบริษัทจริง ก็รีบไปเรียนรู้งานที่บริษัทสิ อย่าเอาแต่ก่อเรื่องข้างนอกทุกวัน พวกเราจะได้ไม่ต้องเป็นห่วงมากขนาดนี้”
พ่อจวินถามว่า “พวกเธอสองคนเป็นอะไรกันไปอีก? ทำไมถึงก่อเรื่องใหญ่โตขนาดนี้?”
แม้แต่พวกเขาที่ไม่ค่อยสนใจวงการบันเทิงก็ยังได้รับข่าว เพราะเรื่องลุกลามไปถึงช่องข่าวกฎหมายแล้ว มีคนตั้งข้อสงสัยว่าฉู่อีอีกับจวินเช่อมีเบื้องหลังแข็งแกร่งเกินไปหรือเปล่า ถึงได้ก่อเรื่องแล้วยังไม่ต้องติดคุก แค่ข้ามคืนก็ถูกปล่อยตัว ส่วนผู้เสียหายกลับถูกตำรวจควบคุมตัวไว้
