สำนักโวหลงเกิดเรื่องใหญ่โตขึ้นมา
ไม่รู้ว่าศิษย์พี่ใหญ่กับศิษย์พี่รองเพราะเหตุใดถึงได้ชกต่อยกันขึ้นมา
ต้นเหตุก็คือ เช้านี้ซูหว่านเจาไม่ได้มาเรียนที่ศาลา ศิษย์พี่รองเซี่ยหานเซิงจึงก่อกวนระเบียบขึ้นมาหาคน
ศิษย์พี่ใหญ่ไม่โกรธ ยังใจดีบอกศิษย์พี่รองว่าคนผู้นั้นอยู่ที่เรือนหลอมยา
แต่ผ่านไปไม่นาน ลูกศิษย์ในสำนักก็ถูกเซิ่งฉางอานเรียกไป ให้หามเซี่ยหานเซิงกลับห้อง
พูดได้ว่าเซี่ยหานเซิงเข้าไปทั้งเป็น ออกมาแน่นิ่ง ห้ามใครเข้าไปเยี่ยมอีกต่อไป
เล่ากันว่าพยานเพียงคนเดียวในที่เกิดเหตุคือซูหว่านเจา
คนเรานี่มันก็ชอบซุบซิบนินทาเป็นธรรมดา
ดังนั้นซูหว่านเจาที่แสนจะไร้ตัวตนจึงถูกลูกศิษย์หลายคนรุมล้อม
พวกเขาต่างพูดกันคนละปากคนละคำ
“ศิษย์พี่สาว เกิดเรื่องอะไรขึ้นกันแน่? ศิษย์พี่ใหญ่ไม่เคยลงมือตีใครด้วยตัวเองมาก่อน”
“ก็ใช่น่ะสิ ศิษย์พี่รองก็ไม่ใช่คนชอบตีใคร ยิ่งไม่ต้องพูดถึงที่เขายังมีบาดแผลอยู่ ไม่พักรักษาตัวให้หายดีแล้วยังออกมาร่อนเร่อีก”
“ศิษย์พี่สาว เจ้าสำนักไม่อยู่ ในสำนักก็ต้องพึ่งสองท่านนี้แหละ รีบไปเกลี้ยกล่อมศิษย์พี่ใหญ่หน่อยเถิด อย่าไปถือสาศิษย์พี่รองเลย ก็เป็นศิษย์พี่ศิษย์น้องร่วมสำนักกันเองทั้งนั้น”
ซูหว่านเจาตัวน้อย ๆ ถูกพวกเขาล้อมไว้ตรงกลาง ยกแขนกอดอกด้วยความรำคาญ ใบหน้าเขียนว่าหนูไม่พอใจอย่างชัดเจน
“พูดกันใหญ่โต พวกเจ้ารอพวกเขาออกมาแล้วค่อยถามเอาเองไม่ได้หรือไง?” สมองของนางตี๊ดต๊องไปหมด กำลังคิดกังวลเรื่องที่ระบบหายไปอย่างไร้ร่องรอย
ระบบช่างไม่น่าไว้วางใจเสียเลย ตั้งแต่เมื่อคืนจนถึงตอนนี้ก็ไม่ส่งเสียงอะไรออกมาสักแอะ
ในใจซูหว่านเจาเต็มไปด้วยความตระหนกตกใจ กลัวว่าระบบจะหายไปแล้วนางจะกลับบ้านไม่ได้
