“อาจารย์หม่า! ตลอดสามวันที่คุณหมดสติ ฉันตรวจร่างกายคุณอย่างละเอียดแล้ว อย่างอื่นไม่มีปัญหาอะไร แต่…”
โจวเหม่ยเฟิ่ง แพทย์หญิงยืนอยู่ข้างเตียง มองชายชราหม่าอย่างอึกอัก คล้ายอยากพูดแต่ก็ไม่กล้าพูด
“เหม่ยเฟิ่ง! อย่าลืมว่าฉันก็เป็นหมอเหมือนกัน ไม่มีอะไรที่รับไม่ได้หรอก พูดมาตรง ๆ เถอะ”
“จากผลตรวจ ระดับเทสโทสเตอโรนของคุณ… สูงกว่าผู้ชายปกติหลายเท่า ส่วนระดับเอเอฟพีกับเอชซีจีก็สูงเกินมาตรฐานด้วยค่ะ”
ชายชราหม่าประหลาดใจเล็กน้อย “มะเร็งอัณฑะหรือ?”
“ไม่ใช่ค่ะ!” โจวเหม่ยเฟิ่งส่ายหน้าอย่างกระอักกระอ่วน “ข้อสรุปของฉันคือ… คุณอาจกำลังเข้าสู่วัยหนุ่มอีกครั้ง!”
……
ซบเซามาหลายสิบปี เพิ่งเกษียณก็กลับมาฮึกเหิม
ความรู้สึกแบบนี้ ใครจะเข้าใจได้กันเล่า?!
หม่า ผู้คนเรียกเขาว่าเจ้าลาเฒ่า
ไม่ใช่เพราะเขาหัวดื้อ แต่เป็นเพราะชื่อของเขาคือหม่าฮู่
เรื่องกลัดกลุ้มของหม่าเริ่มขึ้นเมื่อเดือนก่อน
คืนที่เกษียณอย่างเป็นทางการ ลูกชายเปิดเหล้าชั้นดีสองขวด ส่วนลูกสะใภ้ก็ทำกับข้าวหลายอย่าง
หม่าอารมณ์ดี จึงดื่มเสียจนเมามายไม่ได้สติ
สุดท้ายแอลกอฮอล์เป็นพิษ หลับยาวสามวันสามคืน พอตื่นขึ้นมาก็ยังนอนอยู่ในโรงพยาบาล
โชคดีที่ร่างกายไม่ได้เป็นอะไร ผลตรวจทุกอย่างปกติดี
แต่ปัญหาคือ ช่วงสามวันที่หมดสติ เขาฝันประหลาดเหลวไหลเรื่องหนึ่ง
ในฝัน เขาทะลุมิติไปยังโลกบำเพ็ญเซียน แล้วบังเอิญเข้าไปอยู่ในสำนักเหอฮวน…
ถ้าเป็นแค่ความฝันประหลาดก็ไม่มีอะไรน่ากังวล
อย่างไรเสีย เขาอ่านนิยายบำเพ็ญเซียนมานานยี่สิบปี ฝันตามเนื้อเรื่องในนิยายก็ไม่ใช่เรื่องแปลก
แต่ที่แปลกคือ ตั้งแต่ฟื้นขึ้นมา ฮอร์โมนที่เคยเหือดแห้งของเขากลับพุ่งสูงขึ้นอย่างน่าอัศจรรย์
พยาบาลก้มลง เขาก็ผงาดขึ้นมาได้
แค่ปัดดูคลิปสั้นสาวสวย ใบหน้าก็แดงก่ำไปถึงลำคอ
หม่าเอาแต่รู้สึกว่าความฝันนี้มีบางอย่างไม่ชอบมาพากล
แต่เขาไม่เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้น อีกทั้งก็ไม่สะดวกไปปรึกษาคนอื่น
โธ่! ชายชราอายุหกสิบ ฝันว่าบำเพ็ญเซียนก็พอแล้ว ยังดันเข้าไปถึงสำนักเหอฮวนอีก
พอตื่นจากฝัน ฮอร์โมนกลับพุ่งสูงขึ้นเสียอย่างนั้น
ถ้าเล่าเรื่องนี้ออกไป คงโดนหัวเราะจนฟันร่วงแน่
เขาจึงแอบไปขอคำแนะนำจากโต้วเปา ซึ่งให้คำแนะนำที่ฟังดูสมเหตุสมผลมาสามข้อ
เพิ่มการออกกำลังกาย ใช้พลังงานให้หมด
ดูคลิปให้น้อยลง มองสาวสวยให้น้อยลง
ช่วยตัวเองอย่างพอเหมาะพอดี
สองข้อแรกไม่ได้ผลเลย ส่วนข้อสามทำให้หม่าลังเลอยู่มาก
ในฐานะแพทย์แผนจีนเฒ่าคนหนึ่ง หม่าเข้าใจดีว่าการช่วยตัวเองทำให้ติดได้ง่าย หากหยุดไม่ได้ขึ้นมา อาจถึงตายเอาได้
คิดไปคิดมา เขาตัดสินใจหาคู่สักคน ต่อให้เป็นแค่ชั่วคราวก็ยังดี
จะไปหาที่ไหนล่ะ?
จะเอาอย่างหวังเฒ่าห้องข้าง ๆ ไปเต้นรำที่ลานสาธารณะหรือ?
ติดตรงที่หญิงสูงวัยแต่งหน้าจัดกลุ่มนั้น ไม่ได้ทำให้เขาสนใจแม้แต่น้อย
จะเอาอย่างตาเก๋าชั้นล่าง ไปใช้บริการร้านนวดหรือ?
แต่เขาคิดว่ามันไม่สะอาด หากติดโรคอะไรขึ้นมา ชื่อเสียงตลอดชีวิตคงป่นปี้
ขณะที่กำลังกลุ้มใจ ไม่รู้ข่าวรั่วไปได้อย่างไร ร้านค้าถึงจับจุดอ่อนของเขาได้
เมื่อวานตอนกำลังไถโทรศัพท์ แพลตฟอร์มแห่งหนึ่งก็ส่งโฆษณามาให้ตรงเป๊ะ
“คู่รักเสมือนจริง เข้าใจทุกความต้องการของคุณ”
นี่มันของดีชัด ๆ!
ดวงตาของหม่าสว่างวาบ นิ้วไวกว่าสมองเสียอีก กดเข้าไปดูทันที
เขาเทียบราคาหลายร้าน ดูรายละเอียด อ่านรีวิวแย่ ๆ แล้วศึกษาวัสดุกับฟังก์ชันแต่ละโหมด
วุ่นวายอยู่ตลอดบ่าย ในที่สุดก็เลือกสินค้าขายดีที่ยอดขายต่อเดือนทะลุหมื่นชิ้น ราคาหลังลดเหลือ 3,888 หยวน แถมส่งฟรี
ร้านค้าจัดส่งเร็วใช้ได้!
เมื่อวานเพิ่งสั่ง วันนี้ของก็มาถึงแล้ว คืนนี้คงได้นอนหลับสบายแน่
ดังนั้นบ่ายนี้เขาจึงไม่ได้ออกไปไหน อยู่บ้านรอรับของ
หนึ่งทุ่ม กับข้าวเพิ่งลงกระทะ เสียงเอะอะจากห้องข้าง ๆ ก็ดังสนั่น
“ซ่งฉี! ฉันจะหย่า!”
“เมิ่งซี! ฟังผมอธิบายก่อน…”
“จะอธิบายอะไร? คุณไปมั่วกับคนอื่นมากี่ครั้งแล้ว…”
……
หม่าถอนหายใจ แล้วหรี่ไฟลงเล็กน้อย
ห้องข้าง ๆ เป็นคู่สามีภรรยาวัยหนุ่มสาว ความสัมพันธ์กับหม่าไม่เลว มักแวะเวียนไปมาหาสู่กันอยู่บ่อย ๆ
ฝ่ายชายชื่อซ่งฉี ทำงานด้านการเงิน ดูท่าจะหาเงินเก่ง ทำงานได้ไม่กี่ปีก็ซื้อบ้านซื้อรถแล้ว
ฝ่ายหญิงชื่อเสิ่นเมิ่งซี สมชื่อ ทั้งสวยทั้งมีส่วนเว้าส่วนโค้ง เดินไปตามถนนทีไรก็มีคนเหลียวมองอยู่เสมอ
ที่หาได้ยากยิ่งกว่าคือเธอนิสัยดี พูดจากับผู้คนอย่างสุภาพ แถมยังเคยเอาเกี๊ยวมาฝากหม่าหลายครั้ง
แต่งงานกันมาสามปีแล้ว ท้องก็ยังไม่เห็นมีวี่แวว
หม่าไม่ชอบยุ่งเรื่องในบ้านคนอื่น เรื่องแบบนี้จัดการไม่ดี ก็มีแต่จะขัดใจกันทั้งสองฝ่าย
เขาโยนพริกแห้งกำหนึ่งลงกระทะ คิดเสียว่าไม่ได้ยินก็แล้วกัน
แต่เสียงจากห้องข้าง ๆ กลับยิ่งดังขึ้นเรื่อย ๆ ถึงขั้นมีเสียงข้าวของแตก
หม่าใจหายวาบ
เขาคิดในใจว่า คราวนี้ทะเลาะกันหนักเอาเรื่อง!
จังหวะนั้นเอง กริ่งหน้าประตูก็ดังขึ้น คงเป็นคู่รักเสมือนจริงมาส่งแล้ว
หม่าอดดีใจไม่ได้!
“มาแล้ว ๆ” หม่าเร่งปิดเตาแล้วเดินไปเปิดประตู “วางพัสดุไว้หน้าประตูก็…”
พอประตูเปิด คนที่ยืนอยู่ข้างนอกไม่ใช่พนักงานส่งของ แต่เป็นซ่งฉีจากห้องข้าง ๆ
ใบหน้าของซ่งฉีมีรอยแดงสลับขาว ดูเหมือนโดนข่วนมา
ผมก็ยุ่งเหยิง ไม่เหลือเค้าหนุ่มนักธุรกิจผู้เนี้ยบอย่างที่เห็นเป็นปกติ
“คุณอาหม่า…” ซ่งฉีฝืนยิ้มจนดูน่าเกลียดยิ่งกว่าร้องไห้ “รบกวนช่วยอะไรหน่อยครับ”
“เกิดอะไรขึ้น?” หม่าเบี่ยงตัวเชิญเขาเข้าบ้าน “เข้ามานั่งก่อนสิ ฉันกำลังผัดกับข้าวอยู่พอดี”
ซ่งฉีโบกมือ “ไม่ล่ะครับ ไม่เป็นไร คืนนี้ผมยังมีธุระ ต้องรีบออกไปเดี๋ยวนี้”
เขาหยุดชะงักแล้วลดเสียงลง “ภรรยาผมเช็กโทรศัพท์ แล้วสงสัยว่าผมไปมั่วกับคนอื่น นี่ก็ร้องไห้โวยวาย แถมไล่ผมออกมาอีก”
ซ่งฉีเหลียวกลับไปมองแวบหนึ่ง ก่อนจะพูดต่อเสียงเบา “คราวนี้เมิ่งซีมีปฏิกิริยารุนแรงเกินไป ผมกลัวเธอจะทำอะไรโง่ ๆ เลยอยากรบกวนคุณอาช่วยไปเกลี้ยกล่อมเธอหน่อยครับ”
“เดี๋ยวก่อน!” หม่าขมวดคิ้ว “เสี่ยวซ่ง เรื่องแบบนี้จะให้ฉันเข้าไปยุ่งได้ยังไง…”
“ไม่เป็นไรครับ!” ซ่งฉีรีบพูดแทรก “เมิ่งซีเคารพคุณอามาตลอด แล้วก็เชื่อคำพูดของคุณอาด้วย คุณอาช่วยพูดให้ ยังไงก็ได้ผลแน่ครับ”
พูดจบเขาก็ไม่รอให้หม่าตอบ รับหันหลังเดินไปทางลิฟต์ พลางโทรศัพท์ไปด้วย น้ำเสียงเปลี่ยนเป็นอีกคนในพริบตา
“ประธานหวังครับ ใช่ ผมกำลังไป อีกสิบนาทีถึง…”
หม่าได้แต่ยืนงงอยู่หน้าประตูเป็นนาน
นี่มันเรื่องอะไรกันเนี่ย?
เขาคิดอยู่ครู่หนึ่ง สุดท้ายก็ตัดสินใจไปเคาะประตูดูสักหน่อย
อย่างไรเสียก็เป็นเพื่อนบ้านกัน หากเกิดเรื่องอะไรขึ้นจริง ๆ เขาคงรู้สึกผิดอยู่ในใจ
“ก๊อก ๆ ๆ”
ประตูเปิดออก
เสิ่นเมิ่งซียืนอยู่หลังประตู ดวงตาแดงก่ำ คราบน้ำตาบนใบหน้ายังไม่แห้ง ผมยาวสยายลงมา เห็นแล้วชวนให้สงสาร
แต่หม่าต้องพูดตามตรง
ต่อให้ร้องไห้ ผู้หญิงคนนี้ก็ยังร้องได้สวย
“คุณอา?” เสียงของเสิ่นเมิ่งซีแหบเล็กน้อย “มีธุระอะไรหรือคะ?”
“เอ่อ… อามาดูหน่อย” หม่ากระแอมเบา ๆ “กินมื้อเย็นหรือยัง?”
เสิ่นเมิ่งซีส่ายหน้า
หม่าเผลอพูดออกไปว่า “ถ้าอย่างนั้นไปกินด้วยกันไหม? อากำลังทำกับข้าวอยู่พอดี”
พูดจบเขาก็เสียใจทันที
ปกติชวนกันแบบนี้ก็ไม่มีอะไร แต่สามีภรรยาเขาเพิ่งทะเลาะกัน เขาที่เป็นชายแก่กลับชวนภรรยาคนอื่นมากินข้าวที่บ้าน นี่มันเรื่องอะไรกัน?
ใครจะคิดว่าเสิ่นเมิ่งซีพยักหน้า “ได้ค่ะ! ขอฉันอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าก่อนนะคะ”
หม่าจึงได้แต่ฝืนใจตอบ “งั้นอากลับไปเพิ่มกับข้าวอีกอย่างแล้วกัน”
เสิ่นเมิ่งซีเช็ดหน้า “ไม่ต้องลำบากหรอกค่ะ ฉันกินอะไรง่าย ๆ ก็ได้”
“ไม่ลำบากหรอก ค่อย ๆ ทำธุระเถอะ อาจะเตรียมกับข้าวให้เรียบร้อยก่อน”
หม่ารีบกลับบ้าน พอปิดประตูก็ตบปากตัวเองหนึ่งฉาด
บอกให้หุบปากเสียบ้าง!
นี่มันเรื่องอะไรกันเนี่ย!
ตอนที่เขาทำกับข้าวสามอย่างกับแกงหนึ่งถ้วยเสร็จ
เสิ่นเมิ่งซีก็อาบน้ำเสร็จและมาถึงพอดี
วินาทีที่เปิดประตู ตาแก่ ๆ ของหม่าแทบจะถลนออกมา
เสิ่นเมิ่งซีเปลี่ยนมาใส่ชุดกระโปรงสายเดี่ยวสีแดง เนื้อผ้าบางนุ่มตัวนั้น
จะอธิบายยังไงดีล่ะ?
ปกติเธอแต่งตัวค่อนข้างเรียบร้อย อย่างมากก็แค่กระโปรงสั้นหน่อย คอเสื้อต่ำหน่อย
แต่ชุดแดงวันนี้… จุ๊ ๆ ช่างวาบหวิวเหลือเกิน!
ยิ่งเพิ่งอาบน้ำเสร็จทั้งตัว ก็ยิ่งดูสวยสะกดตา
แก้มขาวผ่องระเรื่อสีชมพูอ่อน ผมยาวเปียกชื้นคลออยู่บนไหล่ หยดน้ำสองสามหยดไหลเอื่อยลงมาตามไหปลาร้า ส่วนเว้าส่วนโค้งของเรือนร่างยิ่งเด่นชัดจนชวนให้ใจสั่น
หม่าตื่นเต้นจนเงยหน้าขึ้น จ้องมองเธออย่างไม่กะพริบตา
เสิ่นเมิ่งซี
