“ชางเอ้อร์”
เสียงเรียกนั้นในหูของชางเอ้อร์ไม่ต่างจากเสียงสวรรค์
ใบหน้าเขาเปรอะเปื้อนน้ำมูกน้ำตา รีบยกข้อศอกขึ้นเช็ดหน้า
จากนั้นยกไหดินที่ประคองไว้ในอ้อมอกให้มารดาดู “ท่านแม่ พวกเรามีน้ำมีอาหารแล้ว”
ชางเอ้อร์คิดจะบอกว่าจะไปต้มโจ๊กให้ แต่ก็นึกขึ้นได้ว่าฟืนในบ้านหมดเกลี้ยงไปนานแล้ว
เขาจึงได้แต่ไปหาทัพพีไม้ด้ามยาวจากห้องครัว บดข้าวให้แหลกในน้ำเปล่า แล้วป้อนมารดา
หญิงชราที่ร่างกายบวมเป่งพร่าเลือนด้วยความอ่อนแรง ฝืนกินเข้าไปได้สองคำ
แต่กลับส่ายหน้า ก่อนจะเริ่มร้องครวญครางด้วยความเจ็บปวด
ดินเจ้าคุณพระที่กินเข้าไปพองตัวจนย่อยไม่ได้ ทั้งยังขับถ่ายออกมาไม่ได้ จึงบวมพองอยู่ในท้อง
ท้ายที่สุด ของไร้คุณค่าทางอาหารเหล่านี้จะทำให้คนท้องบวมตายทั้งเป็นท่ามกลางความกระหายน้ำ
ชางเอ้อร์เคยเห็นคนเช่นนี้ตายมามากแล้ว
แต่เมื่อเรื่องนี้เกิดขึ้นกับมารดาผู้ให้กำเนิดของตน ก็ยิ่งทำให้เขาเจ็บปวดเหลือเกิน
ทั้งที่มีน้ำมีอาหารแล้ว เหตุใดถึงยังมีชีวิตต่อไปไม่ได้?
เขาลนลานนวดท้องให้มารดา แล้วดึงหญ้าคาขาวที่ใช้มัดเสื่อมามัดหนึ่ง ตั้งใจจะเขี่ยคอให้นางอาเจียนออกมา
ทว่ามารดาของชางเอ้อร์ทำได้เพียงอาเจียนน้ำที่เพิ่งกลืนลงไปออกมา ส่วนท้องนั้นไม่ได้ยุบลงแม้แต่น้อย
การทรมานเช่นนี้ทำให้หญิงชราที่เดิมก็อ่อนแรงอยู่แล้วหน้าซีดเผือด
ขณะที่ชางเอ้อร์สิ้นหวังลงทุกที จู่ ๆ เขาก็มองเห็นหญ้าคาขาวในมือ
เขาพลันฮึดขึ้นมา
ตอนรับข้าวสาร เขาเคยได้ยินมาว่าน้ำกับข้าวที่จู่ ๆ ปรากฏขึ้นในเมือง ล้วนเป็นสิ่งที่เทพประทานมา
หญ้าคาขาวใช้เชื้อเชิญเทพและติดต่อสื่อสารกับเทพได้
ในเมื่อโลกนี้มีเทพอยู่จริง เขาก็ยินดีแลกทุกสิ่งเพื่อขอยาวิเศษมาช่วยชีวิตมารดา
