“เรื่องพวกนี้ฉันตัดสินใจคนเดียวไม่ได้” เว่ยหลานกล่าว
“ฉันรู้ รอพวกคุณปรึกษากันเรียบร้อยแล้วค่อยมาคุยเรื่องซื้อขายกับฉันก็ได้” สีเฉียวว่า “ยังไม่พูดถึงอาหารนะ ที่จริงเรายังมีของอีกหลายอย่างที่เป็นประโยชน์กับพวกคุณมากกว่า”
เธอหยิบถุงใสปิดผนึกขนาดเท่าฝ่ามือออกมาสามถุง
ถุงหนึ่งบรรจุเมล็ดพันธุ์เรียวยาว สีทองอ่อน อีกถุงเป็นเมล็ดกลมป้อม มีลายสีเข้มพาดอยู่รอบผิว ส่วนถุงสุดท้ายมีเมล็ดเล็กกว่างาขี้ม่อนเพียงนิดเดียว
บนฉลากเขียนชื่อไว้ตามลำดับว่า ข้าวสาลีกระดิ่งลม ถั่วน้ำค้างราตรี และผักน้ำค้างอรุณ
“เมล็ดพันธุ์หรือ?” เว่ยหลานขมวดคิ้ว
เขตปลอดภัยหลินโจวไม่เคยละทิ้งการเพาะปลูก
อาหารเป็นหนึ่งในเรื่องที่เหลียงเซ่าผิงให้ความสำคัญที่สุดมาโดยตลอด ทั้งกลุ่มเกษตร แปลงทดลอง น้ำสะอาดที่พอหาได้ ตลอดจนผู้มีพลังพิเศษสายไม้ที่มีอยู่เพียงหยิบมือ เขตปลอดภัยจัดสรรให้ทุกอย่างเท่าที่ทำได้แล้ว
แต่เมล็ดพันธุ์ธรรมดาฝังลงในดินที่ปนเปื้อนยังไม่ทันงอกก็เน่าตายเสียก่อน ส่วนผู้มีพลังพิเศษสายไม้แม้จะเร่งการเติบโตให้พืชบางส่วนได้ แต่ต้องใช้พลังมหาศาล ผลผลิตเพียงน้อยนิดแค่นั้น พออยู่ต่อหน้าคนห้าหมื่นกว่าคนก็ไม่พอให้ใครอิ่มท้อง
เสบียงอาหารของเขตปลอดภัยลดลงครั้งแล้วครั้งเล่า สิ่งที่หลายคนได้รับในแต่ละวันมีเพียงพอให้ไม่อดตายเท่านั้น
เว่ยหลานเห็นความล้มเหลวมามากเกินไป ยิ่งอาหารสำคัญ เธอก็ยิ่งไม่กล้าเชื่อทันทีเพียงเพราะเห็นเมล็ดพันธุ์ไม่กี่ถุง
“ไม่ใช่เมล็ดพันธุ์ธรรมดา” สีเฉียวบอก “เมล็ดพวกนี้ผ่านการทดสอบมาหลายรอบแล้ว ทนแล้ง ทนน้ำท่วม และไม่เลือกสภาพแวดล้อมมากนัก”
เว่ยหลานจ้องถุงเมล็ดพันธุ์ทั้งสาม มือที่วางอยู่บนตักกำแน่นขึ้น
“ปลูกได้จริงหรือ?”
“ได้” สีเฉียวตอบอย่างมั่นใจ “มลพิษในโลกนี้ไม่มีผลต่อการงอกและการออกผลของพวกมัน ปลูกต่อเนื่องไปเรื่อย ๆ ยังช่วยลดมลพิษในดินได้ทีละน้อยด้วย”
