“อายุเท่าไร?”
“ประมาณ 4 ขวบ”
สีเฉียวหน้าเห่อร้อน ภาพช่วงหลายวันที่เซี่ยถิงหลานคอยดูแล แถมยังอุ้มเธอไปไหนมาไหนก็ผุดขึ้นมาในหัวอย่างควบคุมไม่ได้
ห้องประชุมพลันเงียบกริบ
ท่านฉินหันมามองสีเฉียว สีหน้ายังคงเคร่งขรึมอยู่บ้าง “การตรวจทั่วไปเมื่อครู่ยังไม่พอ หลังประชุมเสร็จตรวจเฉพาะทางอีกครั้ง ทั้งผู้เข้าร่วมและรายการตรวจ ฉันจะเป็นคนกำหนดเอง”
“ไม่ใช่แค่ตรวจร่างกาย” หลู่หมิงเจิ้งกล่าวเสริมทันที “ต้องประเมินสภาพเซลล์ การเปลี่ยนแปลงของอายุกระดูก และการใช้พลังพิเศษใหม่ทั้งหมด”
สีเฉียวไม่คิดเลยว่าตัวเองกำลังฟังเรื่องราวอย่างเพลิดเพลินอยู่ดี ๆ จะต้องเข้ารับการตรวจเพิ่มอีกครั้ง
เธออ้าปากเล็กน้อย ก่อนพยักหน้าอย่างว่าง่าย “ได้ค่ะ”
ระบบเอ่ยขึ้นในหัวสีเฉียวอย่างกะทันหัน “โฮสต์ การตรวจของพวกคุณตรวจพบพลังงานสายนั้นไหม?”
“คงไม่ได้หรอกมั้ง” สีเฉียวส่ายหน้า พอกลับมาแล้วมีเรื่องเกิดขึ้นต่อเนื่องเป็นพรวน เธอก็ลืมเรื่องที่คาใจไปเสียสนิท “นายยังตรวจไม่เจออีกเหรอว่ามันคืออะไร?”
“พลังงานสายนั้นมีระดับสูงมาก” เจ้าหนูตัวน้อยประสานนิ้วไปมา ตัวเองก็เป็นแค่ระบบมือใหม่ ยังอยู่ในช่วงเรียนรู้นี่นา
เวลานั้นเอง เจียงหลินชวนก็เล่าเรื่องช่วงสุดท้ายจบพอดี
เส้นเวลาของโลกทั้งใบถูกดึงกลับไปยังวันที่เกิดเพลิงไหม้ อุปกรณ์ดับเพลิงที่ฐานเตรียมไว้ช่วยให้พวกเขาช่วยสวี่จือเซี่ยออกมาได้ทันเวลา หลักฐานที่ระบบเก็บไว้ก็ถูกส่งออกไปอย่างราบรื่น ฟู่หมิงเฉิงกับพวกปกปิดความจริงซ้ำอีกไม่ได้ โจวซวี่ป๋ายไม่ได้รับบาดเจ็บสาหัส ส่วนสวี่จือเซี่ยกับเขาก็ยืนยันความรู้สึกที่มีต่อกันอีกครั้ง
