“ลุยไหม?” แววตาของหานเฉิงเยว่เต็มไปด้วยจิตสังหาร
“รอก่อน” เซี่ยถิงหลานกดเสียงต่ำ
หมูป่าเขี้ยวยักษ์เกราะเหล็กใช้เขี้ยวแทงนกไก่ฟ้าฉีกนภาขึ้นมาอีกครั้ง ก่อนเหวี่ยงมันกระแทกหน้าผา นกไก่ฟ้าฉีกนภากรีดร้อง พลางสยายขนหางออกอย่างฉับพลัน รอบตัวเกิดรอยแยกมิติขึ้นหลายสายติด ๆ กัน
แม้หมูป่าเขี้ยวยักษ์เกราะเหล็กจะมีเกราะป้องกันแข็งแกร่ง แต่ก็ยังถูกกรีดเป็นแผลหลายแห่ง ในที่สุดหมูป่าก็ล้มลง ส่วนนกไก่ฟ้าฉีกนภาร่วงลงมาตามกัน
สัตว์กลายพันธุ์ทั้งสองตัวแน่นิ่งไป
ผ่านไปสิบกว่าวินาที เหวินเซียวเอ่ยเสียงเบาว่า “ผมสัมผัสได้ว่าพวกมันยังไม่ตาย แต่ลมหายใจของหมูป่าอ่อนแรงกว่า”
เซี่ยถิงหลานส่งสัญญาณให้ทั้งเจ็ดคนแยกกันล้อมไว้
หมูป่าบาดเจ็บสาหัสจริง ๆ เมื่อพวกเขารุมโจมตี มันดิ้นรนอยู่ไม่กี่ครั้งก็สิ้นใจ
แต่นกไก่ฟ้าฉีกนภาที่อยู่ในกองหินกลับยังไม่ขยับ
สีเฉียวเพิ่งก้าวไปข้างหน้าได้หนึ่งก้าว เซี่ยถิงหลานก็พลันตะโกนว่า “ทางขวา!”
รอยแยกมิติปรากฏขึ้นกลางอากาศ พุ่งตรงเข้าหาลำคอด้านข้างของสีเฉียว
สายลมโอบเอวเธอไว้ แล้วดึงร่างทั้งร่างถอยหลัง
สีเฉียวตอบสนองได้รวดเร็ว ขณะที่ร่างยังถอยอยู่ เธอก็ยกมือขึ้นแล้ว ปล่อยพลังมิติส่วนตัวออกมา กรีดรอยแยกอีกสายตรงหน้า
รอยแยกสีดำสนิททั้งสองสายปะทะกันกลางอากาศ
การโจมตีของนกไก่ฟ้าฉีกนภาต้านไว้ได้เพียงชั่วพริบตา ขอบรอยแยกก็เริ่มแตกสลาย ส่วนรอยแยกที่สีเฉียวกรีดออกมายังคงพุ่งต่อไป ตรงเข้าใส่นกไก่ฟ้าฉีกนภาในกองหิน
