ในทางออกผู้โดยสาร มีมนุษย์สัตว์ทยอยเดินออกมา
เหวินเซียวขยับหลบไปด้านข้างพอดีกับสบตากับมนุษย์สัตว์คนหนึ่งที่เดินสวนมา
อีกฝ่ายยิ้มพลางพยักหน้าให้ เขาก็พยักหน้าตอบ ก่อนเดินตามคนสองคนข้างกายออกไป
ไลอันละสายตา แล้วหันไปมองเพื่อนที่มารับ
“รอนานไหม?”
“ฉันก็เพิ่งมาถึง นึกว่านายจะมาอีกสองวันเสียอีก”
“ต้องต่อเที่ยวถัดไป มาเร็วหน่อยจะได้ไม่เสียงาน”
ไลอันมองเวลาบนสมองกลแสง อีกหลายชั่วโมงกว่าจะถึงเวลาเปลี่ยนเที่ยว ยังมีเวลาเหลือเฟือให้เขาไปรับของที่สั่งไว้
ทั้งคู่เดินคุยกันไปจนออกจากทางเดิน ไลอันก็เห็นมนุษย์สัตว์หนุ่มคนนั้นอีกครั้ง
รถลอยฟ้าคันหนึ่งจอดอยู่ตรงจุดรับผู้โดยสาร มนุษย์สัตว์ร่างสูงเปิดประตูให้เขา ส่วนคนตัวเตี้ยยืนอยู่อีกฝั่ง รอจนเขานั่งเรียบร้อยแล้วจึงขึ้นรถตามไป
ประตูรถปิดลง ก่อนรถจะค่อย ๆ เคลื่อนออกไป
ไลอันมองตามอยู่สองสามครั้ง
เมื่อครู่ในทางเดินเขาไม่ได้สังเกต คราวนี้ถึงได้เห็นชัดว่าคนทั้งสองมีตราสัญลักษณ์เหมือนกันตรงปกเสื้อ แม้แต่บนรถก็มีด้วย
“คนเมื่อกี้เป็นคนตระกูลเผยหรือ?”
เพื่อนมองตามสายตาเขาไป
“หมายถึงคนบนรถคันนั้นน่ะหรือ ก็ทายาทที่ตระกูลเขาเพิ่งตามตัวกลับมาได้นั่นแหละ”
ไลอันชะงัก
“ทายาทที่ตามตัวกลับมาได้?”
“ช่วงนี้ใคร ๆ ก็พูดกัน ฉันก็ได้ยินคนอื่นเล่ามา พอเห็นสองคนนั้นตามเขาอยู่เมื่อกี้ถึงจำได้”
ไลอันมองไปทางที่รถลอยฟ้าจากไปอีกครั้ง แต่รถหายลับไปแล้ว
มิน่าเล่า
ผมดำตาดำ เหมือนคนตระกูลนั้นจริง ๆ
เมื่อก่อนเขาเคยเห็นประมุขตระกูลเผย เผยจ้งเหิง จากระยะไกล อีกฝ่ายก็มีผมดำตาดำเหมือนกัน แต่ตอนนั้นมีคนยืนขวางอยู่เป็นกลุ่ม อีกฝ่ายเพียงมองมาทางนี้แวบเดียว เขาก็เผลอยืดตัวตรงขึ้นมาโดยไม่รู้ตัว
