ทันทีที่เลื่อยไฟฟ้าตัดเข้าไปในพงหนาม กิ่งไม้ก็แตกกระจายปลิวว่อน
เถาวัลย์เส้นหนาที่พันเกี่ยวกันมานานไม่รู้กี่ปี ส่งเสียงขาดผึงชวนเสียวฟันเมื่อถูกฟันเลื่อยแตะ
หลัวซานกำจอบไว้ ดวงตาเบิกค้าง
“เจ้านี่...”
เขามองเลื่อยไฟฟ้าในมือเซี่ยถิงหลาน แล้วก้มมองจอบที่ใช้มานานหลายปีของตัวเอง จู่ ๆ ก็รู้สึกว่าเจ้าคู่หูเก่าแก่ชิ้นนี้ดูไม่ค่อยมีหน้ามีตาเท่าไร
สีเฉียวยืนอยู่ห่าง ๆ รู้ดีว่าตัวเองมีฝีมือแค่ไหน
พลังของเธอเพิ่มขึ้นก็จริง แต่ยังไม่ถึงขั้นคิดว่าตัวเองลงมือไหว
เซี่ยถิงหลานสวมอุปกรณ์ป้องกัน ค่อย ๆ กำจัดพงเถาวัลย์จากด้านนอกเข้าไปทีละน้อย
เถาวัลย์บางเส้นใหญ่กว่าข้อมือของสีเฉียว พอขาดก็มีน้ำสีดำคล้ำไหลออกมา หยดลงพื้นแล้วลอยขึ้นเป็นควันดำสายหนึ่ง
“อย่าแตะ”
เซี่ยถิงหลานยกมือห้ามหลัวซานที่กำลังจะเข้าไปใกล้
เขาใช้คีมยาวลากเถาวัลย์ที่ขาดออกมา ตั้งใจจะกองไว้ข้าง ๆ ก่อน
“เจ้าของระบบ รีบเก็บสิ” ระบบเร่งสีเฉียวขึ้นมากะทันหัน “เถาวัลย์หนามแห้งก็เป็นวัตถุดิบเหมือนกันนะ”
สีเฉียวเหลือบมองผู้ใหญ่บ้านกับหลัวซาน แล้วไม่ได้ขยับ
“ฉันใช้มิติเก็บของต่อหน้าพวกเขา ก็ไม่เท่ากับเปิดเผยตัวเหรอ?”
“ไม่เป็นไรหรอก มิตินี้มีคลังเก็บของอยู่แล้ว ชาวบ้านเห็นของหายไปก็จะคิดเองว่าเป็นความสามารถคลังเก็บของของคนนอก ไม่ตามถามเธอหรอก”
สีเฉียวนิ่งไปครู่หนึ่ง
“งั้นที่เราอุตส่าห์เอาเลื่อยไฟฟ้าออกมาตั้งแต่แรก ก็ไม่จำเป็นน่ะสิ?”
ระบบยกนิ้วชี้มาชนกันอย่างรู้สึกผิด “ก็พวกเธอไม่ได้ถามระบบนี่นา”
สีเฉียว “...”
ดีจริง ๆ ที่พวกเธอระวังตัวเกินไป มิติในเกมใช้สามัญสำนึกแบบปกติไม่ได้เลย
