“ผู้ใหญ่บ้าน มีเรื่องหนึ่งที่ผมต้องถามให้ชัดก่อน”
เซี่ยถิงหลานไม่ได้หยิบเครื่องมือขึ้นมา สายตายังคงจับจ้องหยดน้ำตรงก้นหลุม
“ตลอดทางพวกคุณพูดแต่ว่าทางน้ำอุดตัน แต่ไม่เห็นบอกเลยว่าน้ำพุจันทราไม่มีน้ำแล้ว?”
มือของผู้ใหญ่บ้านที่กำไม้เท้าแน่นขึ้นเล็กน้อย
แต่หลัวซานกลับโกรธจัดขึ้นมาทันที “ทำไมถึงไม่มีน้ำ? ก็เพราะคนต่างถิ่นอย่างพวกคุณนั่นแหละ...”
“หลัวซาน” ผู้ใหญ่บ้านเรียกเขาไว้ “ถึงพวกเขาจะเป็นคนต่างถิ่นก็เถอะ... เธอจะพาลโกรธใส่พวกเขาไม่ได้”
ถึงจะพาลโกรธไปก็ไม่มีประโยชน์ ผู้ใหญ่บ้านที่ผ่านร้อนผ่านหนาวมามากย่อมรู้ดีว่าควรทำอย่างไรจึงจะดีที่สุดสำหรับหมู่บ้าน
หลัวซานเงียบไป แล้วเบือนหน้าหนี สีหน้าดูผิดปกติเล็กน้อย
สีเฉียวมองคนนี้ทีคนนั้นที หัวใจพลันกระตุกวูบ
ยังมีเรื่องเบื้องหลังอีกหรือ?
ภารกิจนี้มันยังไงกันแน่ แม้แต่เอ็นพีซีก็รู้จักพูดจาเหลือทางหนีทีไล่แล้วหรือ?
เซี่ยถิงหลานไม่ได้เร่งเร้า เพียงรอให้พวกเขาอธิบาย
ผ่านไปครู่ใหญ่ ผู้ใหญ่บ้านจึงถอนหายใจ
“น้ำพุจันทราไม่ได้แห้งไปในชั่วข้ามคืน”
เขาใช้ไม้เท้าเขี่ยใบหญ้าแห้งเหลืองข้างเท้า เผยให้เห็นรางหินแตกร้าวแห้งผากช่วงหนึ่งที่อยู่ด้านล่าง
“ตอนฉันยังเด็ก น้ำในน้ำพุจันทรามีมากมาย ปกติพวกเราไม่เคยใช้น้ำจากน้ำพุจันทรารดน้ำต้นไม้ ผู้ใหญ่ในหมู่บ้านบอกเสมอว่าน้ำพุจันทราคือต้นธารแห่งชีวิตของพวกเรา สมัยนั้นนอกหมู่บ้านมีลำธาร บ่อน้ำในหมู่บ้านก็เต็มอยู่ตลอด มีเพียงตอนทำพิธีบวงสรวงเท่านั้นที่พวกเราจะอยู่ข้างน้ำพุจันทรา แล้วใช้น้ำจากที่นั่นอวยพรให้กัน”
สีเฉียวฟังถึงตรงนี้ก็อดถามไม่ได้ “แล้วหลังจากนั้นล่ะคะ?”
“ต่อมา มีคนต่างถิ่นคนหนึ่งมาที่ฟาร์ม เขาก็มาอย่างกะทันหันเหมือนพวกคุณ”
ผู้ใหญ่บ้านเงยหน้ามองเธอ
“ตอนแรกทุกคนต้อนรับเขาอย่างดี เพราะนี่เป็นครั้งแรกที่พวกเราได้พบคนต่างถิ่น อีกทั้งเขายังแลกเปลี่ยนสิ่งของกับพวกเรา ทุกคนจึงชอบเขามากและเป็นมิตรกับเขา”
