เสิ่นชิงเหอยื่นมือผลักเธอออกไป ก่อนก้าวมายืนข้างหน้าเอง
สีเฉียวมองเขาอย่างสงสัย แต่กลับพบว่าป้ายชื่อบนอกเสิ่นชิงเหอเปลี่ยนไปตั้งแต่เมื่อไรก็ไม่รู้
คำว่า “เสิ่นชิงเหอ” หายไปแล้ว
สิ่งที่เข้ามาแทนคือชื่อสามตัวอักษรที่พวกเขาตามหากันมานาน
สวี่จือเซี่ย
สีเฉียวมองป้ายชื่อ แล้วมองใบหน้าหล่อเหลาจนเกินจริงของเสิ่นชิงเหอ ด้วยความประหม่าจนเผลอหลุดปากออกไปว่า “แม้แต่เรื่องนี้ก็ยังดูหน้าตาด้วยเหรอ? ไม่สนเพศเลยหรือไง?”
เสิ่นชิงเหอนิ่งไปครู่หนึ่ง
ระบบเองก็จนปัญญากับวิธีคิดของโฮสต์ตัวเอง
“ขอโทษ” สีเฉียวแทบกัดลิ้นตัวเอง รีบเอ่ยขอโทษ “ฉันกลัวเกินไป”
ปากวิ่งนำหน้า สมองวิ่งไล่ตาม! สีเฉียวอยากตบตัวเองสักฉาดจริง ๆ
“ฉะ...ฉันช่วยเขาจัดเรียงและตรวจสอบด้วย ก็ควรไปด้วยกัน” สีเฉียวพูดเสียงเบา
ถึงจะกลัว แต่เธอทนมองเสิ่นชิงเหอถูกพาตัวไปคนเดียวโดยไม่รู้สึกรู้สาไม่ได้
แต่ซุนหางไม่แม้แต่จะชายตามองสีเฉียว ใบหน้าเต็มไปด้วยความสนุกสนาน ดวงตาคู่นั้นฉายแววร้ายกาจ
“อยากลองดูไหมว่าคนไม่เชื่อฟังจะเจอกับอะไร?”
เสิ่นชิงเหอไม่ขยับ
“หัวหน้าทีม?” เขาเรียกผ่านเครื่องสื่อสาร
ไม่มีใครตอบ
ระบบรีบตรวจสอบทันที “การสื่อสารข้ามพื้นที่ถูกปิดกั้น! พวกคุณสองคนอยู่ใกล้กัน เลยยังสื่อสารผ่านฉันได้ชั่วคราว”
“ไปหลบหลังโต๊ะทดลอง” เสิ่นชิงเหอบอกในใจของสีเฉียว
สีเฉียวถอยไปทันที แอบหยิบเครื่องช็อตไฟฟ้าพกพาออกมาจากมิติส่วนตัว
เสิ่นชิงเหอจึงหันไปมองซุนหาง “ถ้าฉันไม่ไปล่ะ?”
