เจียงหลินชวนขยายภาพให้ใหญ่ขึ้น
ผนังเขาด้านหนึ่งชันตั้ง อีกด้านลาดเอียงกว่าเล็กน้อย มีพุ่มไม้ขึ้นอยู่มากมาย
เจียงหลินชวนบังคับโดรนให้เข้าใกล้สันหิน แต่กลับบินลอดจากด้านล่างไปไม่ได้
เถาวัลย์ที่ห้อยระย้าลงมาปิดทางเข้าแทบมิด กิ่งใบเบียดเสียดกันจนแทบไม่มีช่องว่าง
“มิน่าล่ะ เมื่อวานถึงหาอยู่บนฟ้าตั้งนาน” หลัวจิ่งขยับเข้าไปใกล้จอ “โดนต้นไม้พวกนี้บังหมดเลย”
เซี่ยถิงหลานมองภาพบนจอ
“บินเข้าไปจากด้านบนได้ไหม?”
โดรนค่อย ๆ ลอยสูงขึ้น ข้ามสันหิน แล้วค่อย ๆ ลดระดับลงผ่านช่องว่างระหว่างยอดไม้
ภาพเผยให้เห็นก้นหุบเขาเพียงเล็กน้อย จู่ ๆ ก็สั่นกระตุกอย่างแรง!
หน้าจอดับวูบ
ทุกคนชะงักไปพร้อมกัน
“พังแล้วเหรอ?” หานเฉิงเยว่ถาม
หลัวจิ่งขมวดคิ้ว “เมื่อกี้เหมือนมีอะไรบางอย่างฟาดโดนมัน”
เจียงหลินชวนลองบังคับโดรน แต่ไม่มีการตอบสนองแล้ว
สีเฉียวมองหน้าจอที่มืดสนิท ก่อนหันไปทางหุบเขา
ข้างในมีอะไรอยู่กันแน่?
เซี่ยถิงหลานพูดว่า “ปล่อยอีกลำ ระวังระดับความสูงด้วย”
สีเฉียวนำโดรนสำรองออกมาแล้วยื่นให้
หลังโดรนลำที่สองขึ้นบิน มันก็รักษาระยะอยู่ด้านบนตลอด
แม้กิ่งใบจะบังจนมองเห็นไม่ชัดนัก แต่อย่างน้อยก็ยังถ่ายภาพอะไรได้บ้าง
ขณะบินอ้อมไปอีกด้าน เฉินเย่ก็เอ่ยขึ้นกะทันหัน
“หยุดก่อน ใต้ต้นไม้ต้นนั้นเมื่อกี้มีอะไรขยับ”
เจียงหลินชวนหยุดโดรนแล้วซูมภาพเข้าไป
เมื่อขยายภาพ แม้แต่ใบไม้ไม่กี่ใบที่ไหวอยู่ก็ยังมองเห็นชัด
หลังเถาวัลย์มีเงาสีเทาดำก้อนหนึ่งโผล่มาให้เห็นราง ๆ ทีแรกดูเหมือนก้อนหิน แต่ไม่นานเงานั้นก็คล้ายจะขยับ พุ่มไม้ข้าง ๆ ถูกเบียดจนเอนไปด้านหนึ่ง
