ระบบเบิกตาโตอยู่ในหัวของเธอ “โฮสต์ เมื่อกี้ฝึกเสร็จเหมือนจะหมดแรงจนล้มทั้งยืนแล้ว ดูคนอื่นเขาสิ”
เจ้าหนูทำเสียงจิ๊จ๊ะ พลางมองสีเฉียวด้วยความหงุดหงิด
“พวกคุณใช้ร่างมนุษย์ชนิดเดียวกันจริง ๆ เหรอ?”
“ขอบคุณนะ ถ้าพูดไม่เป็นก็ไม่ต้องพูดก็ได้”
สีเฉียวมองเซี่ยถิงหลานด้วยสายตาหม่นหมอง รู้สึกสะเทือนใจอย่างหนัก
“ความแตกต่างของเรามันเกินกว่าจะเรียกว่าช่องว่างแล้ว ต้องเรียกว่าหุบเหวถึงจะเหมาะกว่า จะเอามาเทียบกันได้ยังไง”
“ไม่ได้เว่อร์ขนาดนั้นสักหน่อย” เซี่ยถิงหลานหัวเราะขณะปลอบเธอ
สีเฉียวกล่าว “คุณเข้าใจคำว่า ‘เว่อร์’ ผิดไปหรือเปล่า นี่คุณกำลังปลอบฉันอยู่นะ แต่ไม่ได้ผลเลยสักนิด ฉันรู้ตัวเองดี”
หลังมื้อกลางวันและพักผ่อนครู่หนึ่ง สีเฉียวก็ตามเซี่ยถิงหลานไปยังเขตคลังสินค้าอีกครั้ง
ภายในโกดังสูงใหญ่ ชั้นวางของโลหะสูง 8 เมตรเรียงเป็นแถวประกอบเสร็จเรียบร้อยแล้ว โครงชั้นเป็นสีเงินหม่น ฐานกว้าง ด้านข้างยังมีค้ำยันไขว้ยึดเอาไว้
วิศวกรที่ยืนอยู่ข้าง ๆ อธิบายชนิดของเหล็กและข้อมูลการรับน้ำหนักให้เซี่ยถิงหลานฟังเป็นชุด
เซี่ยถิงหลานตั้งใจฟัง พลางพยักหน้าอยู่ตลอด
สีเฉียวก็ตั้งใจฟังเหมือนกัน ส่วนจะเข้าใจมากแค่ไหนนั้นก็อีกเรื่องหนึ่ง
หลังวิศวกรเดินจากไป เซี่ยถิงหลานหันกลับมามองเธอ สีเฉียวสบตาเขาด้วยสีหน้างุนงง
เซี่ยถิงหลานอดหัวเราะออกมาไม่ได้
“มีอะไรเหรอ?”
“คุณเก็บมันได้แล้ว”
“อ้อ”
สีเฉียวเชื่อฟังอย่างว่าง่าย เก็บชั้นวางของเข้ามิติเรียงตามหมายเลข เจ้าของชิ้นใหญ่หนักอึ้งหายวับไปจากโกดัง ก่อนจะไปปรากฏอยู่ในพื้นที่ที่จัดเตรียมไว้ล่วงหน้าในมิติอย่างมั่นคง
