ทันทีที่เปิดประตูบ้าน กลิ่นซี่โครงหมูตุ๋นซีอิ๊วกับกระต่ายผัดเผ็ดก็ลอยออกมาพร้อมกัน
สีเฉียวยืนอยู่ตรงประตู มองอาหารเต็มโต๊ะแล้วตะลึง
“พ่อ หนูแค่บอกเมนูที่อยากกิน พ่อไม่ได้ทำทั้งหมดเลยใช่ไหม?”
“ลูกสาวคนโปรดของพ่อสั่งอาหารทั้งที พ่อจะไม่ทำให้ได้ยังไง?” สีเหวินหย่วนเร่งเธอ “มัวยืนดูอะไรอยู่ ล้างมือแล้วมากินข้าว”
ระหว่างกินข้าว พ่อแม่ไม่มีใครซักถามเรื่องงานของเธอ เอาแต่คีบกับข้าวใส่ชามให้ไม่หยุด
สีเฉียวก้มหน้ากินอยู่นาน แต่กับข้าวในชามกลับไม่ลดลงเลย
“พ่อ แม่ ก็กินด้วยสิคะ”
“กินอยู่จ้ะ” หลินฮุ่ยฟางพูดพลางคีบซี่โครงให้อีกชิ้น
สีเหวินหย่วนพยักหน้าอยู่ข้าง ๆ แล้วตักน้ำแกงใส่ชามให้เธอ
สีเฉียวมองชามตรงหน้าที่พูนจนเกือบล้น แล้วตัดสินใจเลิกขัดขืน
กินก็ได้
กินชามนี้หมด ก็ยังมีอีกชาม
ความรู้สึกตอนกลับบ้านนี่ดีจริง ๆ
ก็แค่… อิ่มจนแน่นท้องไปหน่อย
หลังมื้ออาหาร สีเฉียวนอนแผ่อยู่บนโซฟา มือกุมท้อง ไม่อยากขยับตัวเลยสักนิด
หลินฮุ่ยฟางเดินออกมาจากครัวแล้วนั่งลงข้างเธอ มองลูกสาวอย่างขบขัน
“ลูกจ๋า แม่มีเรื่องจะถาม”
“แม่ มีอะไรเหรอคะ?” สีเฉียวถือโทรศัพท์ กำลังตอบข้อความของเซี่ยถิงหลานอยู่
“อย่ามาทำไขสือ” หลินฮุ่ยฟางจิ้มนิ้วลงบนหน้าผากลูกสาว
สีเหวินหย่วนล้างจานเสร็จ เก็บกับข้าวที่เหลือเข้าตู้เย็น ล้างมือแล้วเดินมานั่งข้างภรรยา
พอเห็นท่าทางเหมือนถูกเรียกมาสอบสวนพร้อมหน้าพร้อมตา สีเฉียวก็รีบวางโทรศัพท์แล้วนั่งตัวตรง
แต่ดูท่าว่าสองสามีภรรยาจะปรึกษากันไว้แล้ว
“ลูกจ๋า พ่อกับแม่ไม่ถามหรอกว่าลูกทำงานอะไรแน่” สีเหวินหย่วนเป็นฝ่ายเริ่มก่อน “พ่อแค่อยากถามว่า ลูกสมัครใจทำเรื่องนี้เองหรือเปล่า?”
“ค่ะ” สีเฉียวพยักหน้าอย่างจริงจัง “ไม่มีใครบังคับหนู แล้วก็… หนูมีความสุขดี รู้สึกว่าสิ่งที่ทำมีความหมายมากค่ะ”
สองสามีภรรยาสบตากัน หลินฮุ่ยฟางถามต่อทันที “มันอันตรายไหม?”
“ไม่อันตรายหรอกค่ะ แม่วางใจได้เลย หัวหน้าชื่นชมหนูมาก เพื่อนร่วมงานก็ดูแลหนูดีทุกคน พวกเขาเป็นคนดีมากค่ะ”
