มือของสีเฉียวที่เพิ่งคลายออกพลันกำแน่นอีกครั้ง
“ระเบิดอีกแล้วเหรอ?”
เจียงหลินชวนเลื่อนภาพย้อนกลับไปดูช่วงไม่กี่วินาทีสุดท้าย
หลัวจิ่งชี้ไปที่ภาพ “พาคนไปหมดแล้ว ยังจะระเบิดที่นี่ทำไมอีก?”
สีเฉียวขมวดคิ้ว แล้วดูภาพซ้ำอีกครั้ง
ขณะที่เธอกำลังจะพูดอะไรบางอย่าง เป้าฟู่ที่อยู่ข้าง ๆ ก็เอ่ยขึ้นกะทันหัน
“ไม่ใช่”
ทุกคนหันไปมองเขาทันที
“ไม่ใช่อะไร?” เสิ่นชิงเหอถาม
เป้าฟู่ชี้ไปที่ภาพ
“ครั้งนี้ไม่เหมือนครั้งก่อน ใช้ของคนละชนิดกัน”
เจียงหลินชวนเปิดภาพการโจมตีทั้งสองครั้งแยกกัน แล้วเล่นซ้ำอีกครั้ง
“ฉันก็รู้สึกว่าไม่เหมือนกัน” สีเฉียวชี้ไปยังภาพการโจมตีครั้งแรก “ดูตรงนี้สิ รอบ ๆ มันบิดเบี้ยว เหมือนมิติถูกบีบอัด”
เธอพยายามอธิบายความผันผวนของมิติที่สัมผัสได้ออกมา
“การโจมตีครั้งแรกกับครั้งหลังนี่ไม่เหมือนกัน”
เป้าฟู่พยักหน้ารัว ๆ อยู่ข้าง ๆ
“ใช่ ไม่เหมือนกันจริง ๆ”
“นึกอะไรออกหรือเปล่า? จำวิธีโจมตีของยานบินลำนี้ได้เหรอ?” เซี่ยถิงหลานถาม
เป้าฟู่ส่ายหน้า
“แล้วรู้ได้ยังไง?” หลัวจิ่งอดซักต่อไม่ได้
เป้าฟู่มองเขา คล้ายไม่เข้าใจเหมือนกันว่าทำไมถึงถาม
“ก็ดูออกน่ะสิ”
หลัวจิ่งอ้าปาก แต่ก็ปิดลงอีกครั้ง
เอาเถอะ ถามไปก็เหมือนไม่ได้ถาม
สีเฉียวชี้ไปที่ยานบินซึ่งหยุดค้างอยู่ในภาพ
“แล้วลำนี้ล่ะ? ยานบินที่มารับคนไปเมื่อกี้ นายรู้จักไหม?”
เป้าฟู่จ้องดูอยู่นาน คิ้วขมวดเข้าหากัน สุดท้ายก็ยังส่ายหน้า
“นึกไม่ออก”
“ช่างเถอะ” เสิ่นชิงเหอกล่าว “ถ้านึกอะไรออกทีหลังค่อยบอกพวกเรา”
