ชายสองคนจากคณะกรรมการปฏิวัติได้ยินคำพูดของชาวบ้าน สีหน้าก็เปลี่ยนไปทันที ทั้งคู่หันมาสบตากัน
พวกเขามีสิทธิ์จัดการซูหนัวหานตามระเบียบในข้อหาประกอบวิชาชีพแพทย์โดยไม่มีใบอนุญาต แต่ก็จำต้องคำนึงถึงผลที่จะตามมาหากทำให้คนทั้งหมู่บ้านโกรธเคือง
ยิ่งไปกว่านั้น การกระทำของซูหนัวหานก็เป็นการช่วยเหลือผู้อื่นอย่างไม่เห็นแก่ตัว
หากพวกเขาพาตัวซูหนัวหานไปเสียตอนนี้ เกรงว่าพอชาวบ้านไปก่อเรื่องที่คอมมูนแล้ว พวกเขาคงเดือดร้อนกันแน่
ชายตัวสูงคนนั้นกระแอมเบา ๆ ก่อนพูดกับซูหนัวหานด้วยน้ำเสียงอ่อนลง “เอ่อ... สหายซูหนัวหาน พวกเราเข้าใจสถานการณ์ของคุณคร่าว ๆ แล้ว
จิตใจที่ช่วยเหลือชีวิตผู้คนควรค่าแก่การยกย่อง แต่ระเบียบก็คือระเบียบ
เอาอย่างนี้แล้วกัน คุณเขียนรายงานชี้แจงสถานการณ์มาหนึ่งฉบับ เล่าเหตุการณ์ให้ชัดเจน โดยเฉพาะที่มาของยาและวิธีใช้ แล้วส่งให้ทางหมู่บ้านเก็บไว้เป็นหลักฐาน
อีกอย่าง ตอนนี้คุณยังมียาเหลืออยู่ไหม พวกเราจะนำกลับไปตรวจสอบ หากไม่มีปัญหาอะไร
พวกเราจะรายงานเรื่องนี้ให้ผู้บังคับบัญชาทราบ เพื่อให้คุณเข้าสอบใบอนุญาตประกอบวิชาชีพแพทย์ คุณคิดว่าจัดการแบบนี้ได้ไหม”
ผู้ใหญ่บ้านได้ยินแล้วก็รีบพยักหน้าหงึก ๆ “ดี ดี ดี! ท่านผู้นำทั้งสองวางใจได้ ผมจะกำชับให้สหายซูเขียนรายงานชี้แจงให้เรียบร้อย ขอบคุณที่ท่านผู้นำเข้าใจครับ”
ซูหนัวหานก็ก้มศีรษะเล็กน้อย “ขอบคุณค่ะ ท่านผู้นำ”
หลี่ซิ่วเจวียนเห็นชายสองคนจากคณะกรรมการปฏิวัติยอมยกโทษให้ซูหนัวหานเรื่องรักษาคนได้ง่ายดายเช่นนี้ ในใจก็รู้สึกไม่พอใจอย่างมาก “ท่านผู้นำทั้งสอง จะไม่จับเธอแล้วหรือคะ”
ชายตัวสูงได้ยินดังนั้นก็ถลึงตามองหลี่ซิ่วเจวียน น้ำเสียงเย็นชา “สหายคนนี้ สหายซูช่วยชีวิตคนและทำประโยชน์ให้ชาวบ้าน แต่คุณกลับใส่ร้ายเธอแบบนี้ คิดจะทำอะไรกันแน่
