ซูเนี่ยนเวยจ้องแผ่นหลังของซูหนัวหานที่เดินจากไป แววตาเต็มไปด้วยความเกลียดชังอาบยาพิษ
ในใจเธอกรีดร้องอย่างบ้าคลั่งว่า “นังสารเลว แกคอยดูเถอะ ต่อให้แกต้องลงชนบท ฉันก็จะไม่ปล่อยให้แกได้อยู่อย่างสุขสบายแน่”
ด่าเสร็จแล้ว เธอก็ฝืนข่มความคิดชั่วร้ายในใจ เปลี่ยนสีหน้าเป็นห่วงเป็นใยและกตัญญู ก่อนหันไปถามหลินวานฟางด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน “แม่ รู้สึกเป็นยังไงบ้างคะ หนูจะพาแม่ไปโรงพยาบาลเดี๋ยวนี้เลยค่ะ”
หลินวานฟางพยักหน้าอย่างหมดเรี่ยวแรง ทั้งสองออกจากบ้านไปโดยมีซูเนี่ยนเวยคอยประคอง
อีกด้านหนึ่ง
ซูหนัวหานกลับมายังห้องเก็บของแคบ ๆ หลังนั้น ตั้งใจจะนอนพัก แต่จู่ ๆ ก็นึกอะไรขึ้นมาได้
เธอลุกขึ้นนั่ง แล้วถกแขนเสื้อขึ้นตรวจดูบาดแผลบนแขนอย่างละเอียด
จากนั้นก็ถอดเสื้อตัวนอก หยิบกระจกบานเล็กขึ้นมาสำรวจบาดแผลเก่าตามส่วนอื่น ๆ ของร่างกาย
เห็นไม่ผิดจริง ๆ รอยแส้และรอยแผลเป็นบนร่างกายจางลงไปมาก ดูท่าจะเป็นผลจากน้ำพุวิญญาณที่ดื่มไปเมื่อเช้า
เมื่อเช้าฉันดื่มไปแค่นิดเดียว ถ้าตอนนี้เข้าไปดื่มเพิ่มอีกหน่อย รอยแผลบนร่างกายจะหายไปหมดไหมนะ
พอคิดจบ ดวงตาของซูหนัวหานก็ฉายแววยินดี
จากนั้นเธอก็ขยับความคิด
วินาทีถัดมา
เธอก็เข้าไปอยู่ในมิติสีเทาหม่นแห่งนั้น
ซูหนัวหานกวาดตามองเสบียงที่ซื้อมาในวันนี้ก่อน จากนั้นจึงเดินไปที่น้ำพุวิเศษ ใช้สองมือรองน้ำขึ้นมาหนึ่งอุ้งมือแล้วดื่มจนหมดในรวดเดียว
รสหวานสดชื่นชุ่มชื่นลำคอในทันที เมื่อน้ำไหลลงท้อง กระแสอุ่นที่คุ้นเคยก็แผ่ซ่านไปทั่วร่างอีกครั้ง ทำให้เธอรู้สึกกระปรี้กระเปร่าขึ้นมา ราวกับมีพลังไม่สิ้นสุด ร่างกายสบายไปหมด
“ว้าว…สบายจริง ๆ! ต้องน้ำพุวิญญาณนี่แหละ ดื่มอึกเดียวแล้วสดชื่นสุด ๆ!” ซูหนัวหานยิ้มอย่างตื่นเต้นและพึงพอใจ
