กินมื้อดึกเสร็จก็เกือบห้าทุ่มแล้ว
ลู่จิ้งอี้วางผ้าเช็ดปาก ลุกขึ้นยืนพร้อมรอยยิ้มที่ยังไม่จางหายไปจากใบหน้า
ทั้งสองเดินกลับไปยังชั้นที่ห้องพรีซิเดนเชียลสวีตตั้งอยู่
เฉินโม่พักในห้องสวีตหลัก ส่วนลู่จิ้งอี้พักในห้องสวีตธุรกิจที่แมริลลินช์จัดเตรียมไว้ให้ล่วงหน้า ซึ่งอยู่ห้องข้าง ๆ เพื่อให้ประสานงานกันได้ทุกเมื่อ
ตรงปลายทางเดิน ลู่จิ้งอี้หยุดฝีเท้า “คุณเฉิน พักผ่อนให้เต็มที่นะคะ พรุ่งนี้ยังต้องพบกับทนายจากเคย์แมน รวมถึงคนของโกลด์แมน แซ็กส์กับโมร์แกนด้วย”
“คุณก็เหมือนกัน”
เฉินโม่พยักหน้า รูดบัตรเปิดประตูเข้าไป ก่อนประตูจะปิดลง ส่วนลู่จิ้งอี้ยังยืนอยู่ที่เดิม รอยยิ้มบนใบหน้าค่อย ๆ เลือนหายไป
เธอหันกลับไปยังห้องสวีตของตัวเอง ไม่ได้เข้านอนทันที แต่ถอดเสื้อคลุม เดินไปที่หน้าต่าง แล้วหยิบโทรศัพท์ส่วนตัวขึ้นมา
เธอไถหน้าจออยู่นาน คล้ายลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะตัดสินใจกดเลือกหมายเลขหนึ่งในที่สุด
เหลียงเหวินยวน กรรมการพรรคประจำคณะกรรมการพรรคมณฑลซี และรองผู้ว่าการมณฑลฝ่ายกิจการประจำ
ลู่จิ้งอี้เคยพบเขาในงานเลี้ยงส่วนตัวที่จิงตู้ครั้งหนึ่ง
ตอนนั้นเธอติดตามผู้ใหญ่ในครอบครัวไปร่วมงาน เหลียงเหวินยวนปฏิบัติต่อเธออย่างสุภาพมาก ก่อนแยกย้ายกันยังให้ช่องทางติดต่อส่วนตัวไว้เป็นพิเศษ พร้อมบอกว่าถ้าเจอเรื่องอะไรในมณฑลซี ก็โทรหาเขาได้โดยตรง
เธอกดโทรออก เสียงสัญญาณดังอยู่ไม่กี่ครั้ง ปลายสายก็รับ
เสียงชายวัยกลางคนที่ฟังดูสุขุมดังมาจากอีกฟาก
“จิ้งอี้เหรอ?”
“ลุงเหลียงคะ ขอโทษที่รบกวนตอนดึกนะคะ” ลู่จิ้งอี้พูดอย่างสุภาพ
เหลียงเหวินยวนที่อยู่ปลายสายดูจะกระปรี้กระเปร่าขึ้นทันที
“พูดอะไรอย่างนั้น นาน ๆ ทีหนูจะโทรหาลุง ไปถึงมณฑลซีแล้วหรือ?”
“ตอนนี้หนูอยู่ฮ่องกงค่ะ” ลู่จิ้งอี้เดินไปที่หน้าต่างบานสูงจรดพื้น มองอ่าววิกตอเรียด้านนอก “แต่มีเรื่องหนึ่งเกี่ยวกับมณฑลซี อยากรบกวนให้ลุงช่วยสอบถามให้หน่อยค่ะ”
น้ำเสียงของเหลียงเหวินยวนจริงจังขึ้นทันที “ว่ามาได้เลย”
ลู่จิ้งอี้เล่าเรื่องอย่างกระชับ
