“ใคร?!”
ซูหย่วนซิวหันขวับกลับไป
ชั่ววินาทีที่เห็นคนพูดชัดเจน เขาก็สะดุ้งสุดตัว
ตรงทางเข้าห้องหิน โครงกระดูกสีขาวซีดกำลังก้าวตรงเข้ามาหา
เบ้าตากลวงโบ๋มีเปลวไฟวิญญาณสีน้ำเงินลอยคว้างอยู่สองกอ ร่างคลุมด้วยเสื้อผ้าเก่าคร่ำคร่า มือกุมสมุดโน้ตสภาพเก่าพอกัน
ด้วยความตกใจ ซูหย่วนซิวตะโกนออกไปโดยไม่ทันคิด “อย่าเข้ามา!”
ไม่คิดว่าโครงกระดูกนั่นได้ยินแล้วจะหยุดยืนนิ่งอยู่กับที่จริง ๆ
ร่างไม่ได้เคลื่อน แต่ปากที่มีแต่กระดูกยังคงขยับ
“ท่านลอร์ด ดินแดนของเราตอนนี้อยู่ในสภาพย่ำแย่”
“ขออนุญาตรายงานสถานการณ์ปัจจุบันให้ทราบ”
ซูหย่วนซิวจ้องมันสามวินาที
พอหายตกใจเขาก็ได้สติขึ้นมาทันที
โครงกระดูกตนนี้คงจะเป็นประชากรในดินแดนของเขา
แต่ปัญหาคือ...
ทำไมถึงเป็นโครงกระดูก?
เขาเป็นคนมีชีวิตไม่ใช่หรือ แล้วประชากรในดินแดนก็ควรเป็นมนุษย์สิ?
“เจ้า...” ซูหย่วนซิวครุ่นคิดชั่วอึดใจแล้วถาม “เจ้าคือเสนาธิการของข้าหรือเปล่า?”
ตอนอ่านแผงข้อมูลเขาก็สังเกตเห็นแล้วว่าในรายชื่อประชากรมีเสนาธิการโครงกระดูกอยู่
แถมโครงกระดูกตรงหน้าก็สวมเสื้อผ้าแถมถือสมุดโน้ตอีก
ย่อมเชื่อมโยงเข้าด้วยกันได้โดยธรรมชาติ
เผชิญคำถาม โครงกระดูกตอบทันที “ท่านลอร์ดสายตาหลักแหลม ข้าน้อยชื่ออาซ่วน เสนาธิการประจำดินแดน”
“ข้าน้อยคอยท่านอยู่ที่นี่นานนักแล้ว”
ซูหย่วนซิวเห็นมันแสดงความนบนอบ ทั้งไม่มีทีท่าเป็นศัตรูเลย จึงเอ่ยว่า “เจ้าขยับได้แล้ว”
“ขอบพระคุณท่านลอร์ด”
อาซ่วนที่กลับมาเคลื่อนไหวได้โค้งตัวเล็กน้อยแล้วพูดต่อ “ท่านลอร์ด สถานการณ์ดินแดนปัจจุบันไม่สู้ดีนัก”
“ขออนุญาตสรุปให้ท่านฟัง”
ซูหย่วนซิวนิ่งไปครู่หนึ่งแล้วพยักหน้า
เดินไปนั่งบนบัลลังก์เบื้องหน้า “ว่ามา”
อาซ่วนเปิดสมุดโน้ตในมือ กระแอมในลำคอ
แม้ไม่รู้ว่าโครงกระดูกจะเอาลำคอมาจากไหน
“เรียนท่านลอร์ด ทรัพย์สินในดินแดนปัจจุบันมีดังนี้”
“ประชากรสามตน ได้แก่ข้าน้อยกับพลทหารโครงกระดูกอีกสองนามเสี่ยวจางกับเสี่ยวหวัง”
“สิ่งปลูกสร้างที่ยังใช้งานได้มีท้องพระโรงหนึ่งหลัง บ่อน้ำแห้งหนึ่งบ่อ”
“ด้านทรัพยากร พลังงานหยินสำรองติดลบหนึ่งพัน”
“และ...” อาซ่วนชำเลืองมองสมุดโน้ตแล้วปิด “หมดแล้ว”
ซูหย่วนซิว “......”
เรื่องพวกนี้เขาทราบดี แผงข้อมูลก็มีบอก
แต่สินทรัพย์ติดลบนี่สิ เขายังงงความหมาย
ซูหย่วนซิวจึงสูดลมหายใจเข้าลึก “พลังงานหยินติดลบหนึ่งพันหมายความว่าอย่างไร?”
อาซ่วนเปิดสมุดโน้ตส่งมาตรงหน้า แล้วใช้กระดูกนิ้วเคาะบรรทัดนั้น
สมุดเขียนไว้ว่า
【หนี้พลังงานหยินถึงขีดจำกัดสูงสุดแล้ว (-1000 แต้ม)】
【หากไม่มีการชำระหนี้พลังงานหยินเลยติดต่อกัน 7 วัน และยอดหนี้ยังคงค้างอยู่ที่ขีดจำกัดสูงสุด ดินแดนจะถูกลบชื่อ ลอร์ดจะถูกสังหาร】
ซูหย่วนซิวพูดไม่ออกอยู่พักหนึ่ง
สรุปว่าที่ฉันปลุกระบบได้ กลับเป็นยันต์เร่งตายงั้นหรือ?
ถ้าไม่มีระบบ ฉันคงอยู่ในก็อปปี้ไปแล้ว?
แต่ตอนนี้คิดไปก็ดูสายเกินแก้
“พลังงานหยินต้องหาเช่นไร?” ซูหย่วนซิวจำต้องถามวิธีใช้หนี้
อาซ่วนจึงตอบ “บ่อน้ำแห้งผลิตพลังงานหยินได้วันละ 20 แต้ม”
“ที่แท้ประโยชน์ของบ่อน้ำแห้งคือผลิตพลังงานหยินนี่เอง...”
ก่อนหน้านี้ซูหย่วนซิวยังงุนงง
ว่าทำไมบ่อน้ำแห้งถึงถูกนับเป็นสิ่งปลูกสร้าง
แต่นั่นก็ยังไม่พออยู่ดี
แต่ละวันใช้ไป 50 แต่บ่อผลิตได้ 20 ก็ยังเป็นหนี้เพิ่มอยู่เรื่อย ๆ
“อีกทั้งไปยังแดนหยินก็สามารถเก็บพลังงานหยินได้” อาซ่วนอธิบายต่อ
“แดนหยิน? ที่ไหนหรือ?”
มันควรเป็นก็อปปี้เกมสยองขวัญไม่ใช่หรือ?
หรือสองระบบขัดแย้งกันเลยส่งข้ามาขังที่อื่น?
“ลานกลางดินแดนมีประตูมิติสู่แดนหยิน ท่านลอร์ดจะลองไปดูไหม?”
อาซ่วนเสนอแนะอย่างเหมาะเจาะ
“ก็ไปดูแล้วกัน”
ซูหย่วนซิวพยักหน้า
พอดีเขาอยากรู้เหมือนกันว่าดินแดนของตนหน้าตาเป็นเช่นไร
“ท่านลอร์ด เชิญ!”
อาซ่วนก้มเอว มือขวาผายเชื้อเชิญ
ซูหย่วนซิวลุกจากที่นั่งเดินตามไป
ก้าวพ้นบานประตูที่พังเหลือซีกและโยกคลอน ภาพตรงหน้ากลับสว่างโล่งตา
นอกประตูคือลานกว้างที่ปูด้วยอิฐหิน
เพราะร้างมานาน หญ้ารกขึ้นเต็มร่อง
เบื้องหน้าลานคือบ่อน้ำแห้ง ด้านบนมีเพิงไม้กันฝน
แม้ไม่รู้ว่าโครงกระดูกจะกลัวฝนตกใส่ตัวไปทำไม
เลยออกไปอีกคือหลุมศพเรียงรายหนาแน่น
สองโครงกระดูกกำลังชะโงกหน้าจากหลังหลุมศพ
ซูหย่วนซิวเห็นก็คิด “นั่นคงเป็นพลทหารโครงกระดูกสองตน”
เหลียวหลังเป็นเขาหัวโล้น มีต้นไม้เบียดกันขึ้นประปราย
ทั้งดินแดนกินพื้นที่ไม่น้อย แต่เพราะไร้คนดูแลนานจึงดูเวิ้งว้างน่าหดหู่
ซูหย่วนซิวยืนกลางลาน มองไปรอบตัว จู่ ๆ ก็อยากขำ
ข้ามภพมายี่สิบปี ระบบมาช้าไม่พอ ยังแถมดินแดนทรุดโทรมแบบนี้ให้อีก
แต่ก็ช่างเถอะ
ทรุดก็ทรุด อย่างน้อยก็เป็นของตัวเอง
อาซ่วนก็เห็นพลทหารโครงกระดูกริมหลุมศพแล้วตะโกน “พวกเจ้าสองคน หลบอยู่ตรงนั้นทำไม?”
“ยังไม่รีบมาคารวะท่านลอร์ดคนใหม่อีก!”
พลทหารโครงกระดูกได้ยินก็ผลัวะยืนตัวตรงแล้ววิ่งเหยาะ ๆ มา
ดูเหมือนพวกมันจะพูดไม่ได้
พอมาถึงต่อหน้าซูหย่วนซิวก็คุกเข่าลงทันที
“ไม่ต้องคุกเข่ากราบไหว้ขนาดนั้น ลุกขึ้นเถอะ”
ซูหย่วนซิวโบกมือ เขากลัวสองกำลังรบสุดท้ายจะล้มละลาย
รับคำสั่งแล้วพลทหารโครงกระดูกก็ลุกยืน
พวกมันสงสัยในตัวท่านลอร์ดใหม่ยิ่งนัก
เทียบกับอาซ่วนที่เจนโลกกว่า สองพลทหารนี้ไม่เคยเห็นมนุษย์มีชีวิตมาก่อนด้วยซ้ำ
อาซ่วนมองเสี่ยวจางกับเสี่ยวหวังอย่างรังเกียจเล็กน้อย บ่นพึมพำอะไรบางอย่าง แล้วหยิบสมุดโน้ตมาจดฉับ ๆ
ซูหย่วนซิวเหลือบเห็นว่าเขียนว่า 【เสี่ยวจางกับเสี่ยวหวัง พบลอร์ดครั้งแรก แสดงตัวแย่】
แล้วอาซ่วนจึงหันมา “ท่านลอร์ด พวกมันสมองไม่ค่อยดี อย่าสนใจ”
“ทางเข้าอยู่ข้างหน้า เชิญตามมา”
ข้ามลานและเนินหลุมศพ ซูหย่วนซิวก็เห็นประตูมิติลอยอยู่เหนือพื้น
เหนือประตูแสงสีน้ำเงินหมุนวนมีตัวอักษรปรากฏเด่น
【ระยะเวลาเริ่มก็อปปี้คงเหลือ: 1 ชั่วโมง 55 นาที 58 วินาที】
“เอาล่ะ ข้าก็ยังอยู่ในเกมสยองขวัญนี่แหละ”
คำใบ้นี้ปรากฏขึ้น ทำให้ซูหย่วนซิวสิ้นข้อกังขา
ที่แท้แดนหยินที่อาซ่วนว่าก็คือก็อปปี้เกมสยองขวัญนั่นเอง
“ดีนะที่มาดู ไม่งั้นพลาดไปไม่รู้จะเป็นยังไง”
ซูหย่วนซิวรู้สึกโชคดีที่ตัวเองยังมีความอยากรู้อยากเห็น
“ถ้าเช่นนั้น เมื่อเข้าแดนหยินแล้ว พลังงานหยินต้องหาเช่นไร?”
พอเข้าใจสภาพการณ์ ซูหย่วนซิวจึงถามอาซ่วนที่อยู่ข้าง ๆ