คนยุคนี้ล้วนหัวโบราณ โดยเฉพาะคนรุ่นเก่า เมื่อครู่ยังไม่มีใครสังเกตเห็น แต่ตอนนี้ทุกคนเห็นกันหมดแล้ว ไม่ว่าฮั๋วกวงจะงอแงแค่ไหน ก็เปลี่ยนผลลัพธ์นี้ไม่ได้
หวังเต๋อหัวเห็นเขาทำท่าจะร้องไห้ จึงคีบเนื้อให้ชิ้นหนึ่งแล้วพูดว่า “เสี่ยวกวง รีบกินข้าวเถอะ! กินข้าวดี ๆ ถึงจะโตสูงเท่าลุงฮั๋วได้ ไม่อย่างนั้นจะกลายเป็นคนแคระนะ!”
ฮั๋วกวงตกใจ “หา? จริงเหรอ?”
หวังเต๋อหัวตอบ “จริงสิ!”
“จริงสิ!” ลุงสามฮั๋วหิวจนท้องกิ่ว ยกตะเกียบขึ้นพร้อมพูดว่า “ดูสิ แม่ทำของอร่อยตั้งเยอะแยะ แถมจัดวางสวยขนาดนี้ รีบกินข้าวเถอะ! กินเยอะ ๆ ถึงจะโตสูง!”
ฮั๋วกวงถึงได้หยุดงอแง
“สะใภ้ชิงโยวเก่งจริง ๆ ทำกับข้าวเต็มโต๊ะ แถมจัดได้ประณีตขนาดนี้” ฮั๋วกังเอ่ยขึ้น “ก่อนหน้านี้ผมเคยได้ยินคนพูดว่า สาวเมืองทำกับข้าวไม่เป็น เอาแต่ไปกินตามร้านอาหาร ดูท่าจะเป็นเรื่องโกหกสินะ”
หลูชิงโยวยิ้มตอบ “แน่นอนว่าโกหกสิ! บ้านไหนจะไปกินร้านอาหารได้ทุกมื้อล่ะ?
ตอนยังไม่แต่งงาน ฉันทำกับข้าวไม่ค่อยเป็นจริง ๆ แต่พอแต่งงานแล้วก็ต้องดูแลฮั๋วเล่ยกับเสี่ยวกวง จะไม่ฝึกทำได้ยังไง!”
ที่จริงแล้ว เธอเรียนทำอาหารก็เพื่อฮั๋วหนานซวิน
เพื่อจะได้ชวนเขามากินข้าวที่บ้านบ่อย ๆ
และเพื่อหาโอกาสไปหาเขา โดยอ้างว่าจะเอาของพะโล้ ผักดองอะไรทำนองนั้นไปให้
ฮั๋วกังกินไปสองสามคำแล้วพูดขึ้นอีกว่า “อืม...รสชาติดีมาก!”
หลูชิงโยวยิ้มถาม “เทียบกับฝีมือของสะใภ้หงอิ้งแล้วเป็นยังไงบ้าง?”
ฮั๋วกังเหลือบมองเซี่ยหงอิ้ง “ผมไม่เคยกินกับข้าวที่เธอทำ ไม่รู้สิ
แต่ผมว่ากับข้าวนี่อร่อยที่สุดเท่าที่ผมเคยกินมา!”
