เซี่ยหงอิ้งมองไปทางเขา ก็เห็นเขาพูดกับหวงไช่ฮวาว่า “แม่ แม่ก็เป็นผู้หญิงคนหนึ่ง น่าจะรู้ดีว่าชื่อเสียงสำคัญกับผู้หญิงมากแค่ไหน ถ้าเสียชื่อแล้ว ทุกคนก็จะพากันรังเกียจ ชีวิตคงทุกข์ยิ่งกว่าตาย ผมหวังว่าต่อไปแม่จะไม่ทำแบบนี้อีก”
“ฉันทำอะไร!” หวงไช่ฮวาเพิ่งถูกอดีตเลขาสาขาพรรคตำหนิมาหมาด ๆ สีหน้าก็ไม่สู้ดีอยู่แล้ว พอลูกชายยังมาว่าซ้ำอีกก็โวยวายขึ้นมาทันที “แกออกไปถามดูสิ ทั้งหมู่บ้านนี้มีสักกี่บ้านที่เอาเงินหนึ่งพันห้าร้อยหยวนออกมาได้ ยิ่งไปกว่านั้น แกก็ไม่อยู่บ้านด้วย! ฉันก็แค่สงสัยตามปกติ! ฉันทำอะไรผิด? พวกแกแต่ละคนพากันว่าฉันอยู่ได้!”
“ถึงผมจะไม่อยู่บ้าน แต่แค่ได้ฟังสิ่งที่อดีตเลขาสาขาพรรคอ่านออกมา ผมก็พอจะนึกภาพได้แล้วว่าหงอิ้งลำบากแค่ไหน” ฮั๋วหนานซวินถามหวงไช่ฮวา “อยู่ใต้ชายคาเดียวกันทุกวัน ทำไมถึงไม่มีใครเห็น? ตาบอดกันหมดหรือไง?”
หวงไช่ฮวาถลึงตาใส่ “ผู้หญิงชนบทคนไหนไม่ลำบากบ้าง? ฉันเองก็ลำบากเหมือนกัน! ฉันอุตส่าห์เลี้ยงพวกแกพี่น้องจนโตอย่างยากลำบาก ตอนนี้กลับทำตัวกลับหัวกลับหาง พากันมาตำหนิแม่ตัวเอง!”
“พี่ไช่ฮวา ฟังซวินเถอะค่ะ!” ป้าถังช่วยเกลี้ยกล่อมอยู่ข้าง ๆ “เรื่องที่เกี่ยวกับชื่อเสียงของผู้หญิงแบบนี้ ต่อให้มีปากก็พูดไม่รู้เรื่อง ยิ่งแก้ตัวยิ่งเสียหาย ยิ่งเล่าก็ยิ่งเพี้ยน! สุดท้ายไม่ใช่แค่ซวินกับหงอิ้งที่ถูกคนพูดถึงและหัวเราะเยาะ พวกคุณที่เป็นพ่อแม่ก็พลอยเสียหน้าไปด้วยไม่ใช่หรือคะ? ไม่แน่ว่าจะกระทบกับการหาเขยให้เสี่ยวถิงด้วย! ยังไงเธอก็อยู่บ้านเดียวกับหงอิ้งนี่นา!”
