นางหยิบพุทรากรอบลูกหนึ่งออกมา เช็ดแล้วกิน พลางเอ่ยขอบคุณด้วยน้ำเสียงอ่อนหวาน
“ขอบคุณท่านลุงหวังเจ้าค่ะ”
“เด็กดีจริงเชียว หากเจ้าลูกชายตัวแสบของข้าเชื่อฟังได้สักครึ่งหนึ่งของเจ้า ก็คงดีไม่น้อย”
เด็กน้อยตัวกลมราวกับก้อนแป้งน่ารักถึงเพียงนี้ ใครบ้างจะไม่ชอบ
ฉินหว่านหว่านกอดข้าวปั้นหอมกรุ่นที่ห่อไส้เนื้อไว้ แล้วออกไปตามหาบิดา
เข่อเข่อเดินนำอยู่ข้างหน้า เลี้ยวซ้ายเลี้ยวขวาจนพบผู้เป็นบิดาซึ่งกำลังฝึกทหารอยู่
“ท่านพ่อ”
เสียงเล็กอ่อนนุ่มของเด็กน้อยแทบกลืนหายไปท่ามกลางเสียงตะโกนฮึดฮัดของเหล่าบุรุษ
แต่เซี่ยฉงยังคงได้ยิน
เขาเอียงหน้าเล็กน้อย ก็เห็นก้อนแป้งขาวตัวป้อมแสนน่ารักคนหนึ่ง
มือเล็กอวบกอดข้าวปั้นหอมกรุ่นลูกใหญ่กว่าใบหน้าของนางเสียอีก แล้วค่อย ๆ ก้าวเท้าสั้น ๆ เข้ามา
“ท่านพ่อ อุ้ม”
เด็กน้อยติดคนยิ่งนัก นางเอนกายอ่อนนุ่มพิงขาแม่ทัพเซี่ย เงยใบหน้าน้อยงดงามขึ้นมาน่ารักจนใจแทบละลาย
เซี่ยฉงมอบหมายงานตรงนี้ให้ผู้ใต้บังคับบัญชา ก่อนอุ้มเด็กน้อยจากไปด้วยแขนข้างเดียว
“ท่านพ่อกิน”
“ใครทำข้าวปั้นลูกใหญ่เช่นนี้ให้เจ้า?”
ฉินหว่านหว่านพิงไหล่เขา ศีรษะฟูนุ่มถูไถซุกไซ้ตรงลำคออย่างติดหนึบ
“หว่านหว่านให้ท่านลุงหม่าเป็นคนทำ หว่านหว่านกินนิดเดียว ที่เหลือชิ้นใหญ่ให้ท่านพ่อกิน”
“ลองชิมดู อร่อยนะ”
เด็กน้อยกัดข้าวปั้นของตนไปคำหนึ่ง ปากเล็ก ๆ เคี้ยวจนแก้มป่องกลม
จากนั้นก็ยกข้าวปั้นไปจ่อที่ปากบิดา
เซี่ยฉงไม่เกรงใจ กัดลงไปคำหนึ่งจนข้าวปั้นแหว่งเป็นคำใหญ่
เมื่อเทียบกับรอยแหว่งเล็ก ๆ ข้าง ๆ แล้ว ช่างแตกต่างกันอย่างเห็นได้ชัด
