เซี่ยฉงคำนวณในใจอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะหันไปถามด้วยสีหน้าเรียบเฉย “เจ้าช่วยคำนวณให้หน่อยว่ามีเงินเท่าไร”
เขาไม่เคยร่ำเรียนหนังสือ ไหนเลยจะคิดเลขในใจเป็น
ที่ปรึกษาทหาร: …………
เขากำลังคิดอยู่พอดีว่าแม่ทัพคำนวณเลขในใจเป็นตั้งแต่เมื่อใด
ที่ปรึกษาทหารคำนวณอยู่ในใจรอบหนึ่ง ก่อนเอ่ยตัวเลขที่ถูกต้องออกมาทันที “เรียนท่านแม่ทัพ ทั้งหมดสามหมื่นห้าร้อยห้าสิบตำลึง”
ดวงตาของเซี่ยฉงเป็นประกายขึ้นมา
เงินก้อนเล็กเพิ่มขึ้นอีกก้อน
“พรวด…”
ครานี้เจ้าเมืองถูกทำให้โมโหจนกระอักเลือดจริง ๆ เขากลอกตาขึ้น ก่อนหมดสติไปในทันที
เห็นดังนั้น เซี่ยฉงก็ขมวดคิ้ว น้ำเสียงแฝงความดุดันอยู่หลายส่วน
“เหตุใดไม่กระอักเลือดก่อนหน้านี้หรือหลังจากนี้ กลับมากระอักเลือดหมดสติเอาตอนข้าพูดถึงเงิน คิดจะเบี้ยวหนี้หรือ?!”
“เอ่อ ท่านแม่ทัพ เขาดูเหมือนจะหมดสติจริง ๆ ขอรับ”
เพราะถูกท่านทำให้โมโหจนเป็นเช่นนี้
เซี่ยฉงขมวดคิ้ว “ร่างกายอ่อนแอเพียงนี้ยังเป็นขุนนางได้อีกหรือ เช่นนั้นก็ไปเก็บจากคนในครอบครัวของเขา พวกเขารับสินบนไปมากมาย ยังจะควักเงินจำนวนนี้ออกมาไม่ได้อีกหรือ ข้าจะลดให้พวกเจ้า จ่ายเงินให้ข้าสี่หมื่นตำลึงก็พอ”
ทุกคน: …………
ท่านช่างลดให้ได้จริง ๆ
เซี่ยฉงรู้สึกเหมือนตนเองลดจนแทบขาดทุนแล้ว ได้แร่เงินมาตั้งมากมาย เขาขอเพียงสี่หมื่นตำลึง นับว่าไม่มากเกินไปกระมัง
ขุนนางฉ้อฉลพวกนี้แต่ละคนอ้วนท้วนสมบูรณ์ ยังคร่ำครวญว่าจนอยู่ทุกวัน คนที่จนจริง ๆ คือเขาต่างหาก
จนเสียจนแม่ทัพอย่างเขาต้องคำนวณรายรับรายจ่ายอย่างละเอียดทุกวัน แทบอยากใช้เงินทองแดงหนึ่งเหรียญให้คุ้มเท่ากับสองเหรียญ
