สีหน้ายิ้มแย้มของเหยียนจงอิงหายวับไปในพริบตา เขาวางถ้วยชาในมือลงบนโต๊ะอย่างแรง “หย่าเหรอ?!”
ดวงตาของเหยียนเข่อซินเป็นประกายขึ้นมาทันที เจียงซือเหลียนจะถีบหัวส่งไอ้โง่อย่างเหยียนจือแล้วงั้นเหรอ?!
เหยียนเข่อซินรีบพูดเสียดสีทันควัน “พี่สาวคงควบคุมอารมณ์ตัวเองไม่ได้ เลยทำให้พี่เขยไม่พอใจล่ะสิ? พี่เขยเป็นคนสุขุมขนาดนั้นยังถูกพี่บีบให้ต้องหย่าได้ พี่ก็น่าจะรู้จักสำรวมบ้างนะ”
เหยียนจงอิงถามด้วยสีหน้าเคร่งเครียด “ซือเหลียนบอกว่าจะหย่าเหรอ?”
เหยียนจือพูดตะกุกตะกัก “ฉันเองค่ะ”
สีหน้าของเหยียนเข่อซินเปลี่ยนไปทันที เจียงซือเหลียนยังไม่ได้รังเกียจเหยียนจือเลย แต่เหยียนจือกลับจะขอหย่าเสียเอง?
สีหน้าของเหยียนจงอิงจึงผ่อนคลายลงเล็กน้อย แล้วตำหนิว่า “ไร้สาระ! ดี ๆ อยู่ทำไมถึงจะหย่า?!”
ชุยเพ่ยชิวก็ตำหนิเช่นกัน “ใช่แล้วจือเอ๋อร์ ตระกูลเจียงเป็นตระกูลมหาเศรษฐีอันดับต้น ๆ ของเมืองหลวง ซือเหลียนก็โดดเด่นเป็นเลิศ ลูกไม่รู้หรือว่ามีคนมากมายแค่ไหนที่อิจฉาที่ลูกได้แต่งงานกับเขา ทำไมลูกถึงไม่รู้จักบุญคุณเสียบ้าง”
การแต่งงานครั้งนี้เป็นเรื่องที่ตระกูลเหยียนเกาะบารมีตระกูลเจียงแต่แรก ตระกูลเหยียนยังหวังเกาะบันไดสวรรค์อย่างตระกูลเจียงเพื่อทะยานขึ้นไปอีก จะยอมให้เหยียนจือหย่าได้อย่างไร?
เหยียนเฮ่อเสวี่ยถามด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล “จือเอ๋อร์ ทำไมถึงอยากหย่าล่ะ?”
เหยียนจือทำหน้าเคร่งเครียด
ทำไมน่ะเหรอ? ก็เพื่อเอาชีวิตรอดไง!
ถ้าผัดผ่อนต่อไป หัวเธอได้ถูกระเบิดแน่!
แต่เรื่องนี้เธอจะพูดออกไปไม่ได้เด็ดขาด ไม่อย่างนั้นยังไม่ทันที่เจียงซือเหลียนจะยิงเธอด้วยปืน ทางตระกูลเหยียนก็จะลงมือสังหารเธอก่อนแน่
เหยียนจือพูดอย่างตะกุกตะกัก “เรา… นิสัยไม่เข้ากันน่ะค่ะ”
เหยียนจงอิงฟาดฝ่ามือลงบนโต๊ะ “ไร้สาระ! แค่เรื่องแค่นี้เอง?! เธอเห็นการแต่งงานเป็นของเล่นหรือไง? ฉันจะบอกเธอให้ ถ้าเธอกล้าหย่า ฉันจะตีขาเธอให้หัก!”
ชุยเพ่ยชิวก็ตำหนิเช่นกัน “จือเอ๋อร์ อย่าเอาแต่ใจ การแต่งงานครั้งนี้ตอนแรกเธอก็ดีอกดีใจอยากแต่งด้วยตัวเอง ตอนนี้จะมาหย่าเพราะเรื่องเล็กน้อยได้ยังไง? อย่าทำให้ซือเหลียนไม่พอใจเลย”
เหยียนจือ “…”
เหยียนจือขอตัวไปเข้าห้องน้ำ แล้วออกไปสูดอากาศที่ระเบียงด้านนอก
แล้วก็ทรุดตัวลงกุมหัวตัวเองนอนพับกับราวระเบียงอย่างสติแตก
ตอนนี้เธอถึงได้เข้าใจแจ่มแจ้ง ว่าตระกูลเหยียนแต่งงานกับตระกูลเจียงเพราะอยากเกาะบารมีเพื่อให้ได้การแต่งงานที่ยอดเยี่ยมนี้ ทั้งยังหวังพึ่งตระกูลเจียงให้ช่วยส่งเสริมให้ก้าวหน้ายิ่งขึ้นไปอีก
ตระกูลเหยียนไม่มีทางยอมให้เธอหย่าเด็ดขาด!
แต่ถ้ายืดเยื้อต่อไป เธอคงอยู่ห่างจากการถูกยิงเป่าหัวไม่ไกลแล้วจริง ๆ!
เธอเป็นแค่มนุษย์เงินเดือนซื่อ ๆ สุจริตคนหนึ่ง ดึก ๆ ทำงานเสร็จ ในที่สุดก็มีเวลาอ่านนิยายฆ่าเวลาสักหน่อย ใครจะไปรู้ว่าจะเกิดอาการหัวใจวายตายกระทันหัน?
ตายก็ตายแล้ว ผลยังต้องมาตกอยู่ในที่ผีสิงแบบนี้อีก ต้องมานับถอยหลังสู่ความตายที่น่าสะพรึงยิ่งกว่าเดิม!
เหยียนจือถูกบีบจนร้อนรน กระทั่งจู่ ๆ ก็เกิดความคิดชั่วร้ายขึ้นมา สู้ฆ่าเสียตั้งแต่ตอนที่ซ่งเวยอวี่ยังไม่กลับประเทศเสียเลยดีไหม!
เหยียนจือตกใจกับความคิดชั่วร้ายที่แวบขึ้นมาในหัวนี้
เธอเป็นมนุษย์เงินเดือนซื่อ ๆ สุจริต ตั้งแต่เด็กมาแม้แต่ไก่ยังไม่เคยฆ่า จะฆ่าคน เธอกล้าที่ไหนกัน?
ยิ่งไปกว่านั้น…
เหยียนจือเงยหน้าขึ้น มองเห็นที่หน้าประตูด้านนอกตึกล่าง มีบอดี้การ์ดร่างกำยำสองคนเฝ้าอยู่ตรงนั้น ไม่ยอมคลาดไปไหน
ตัวเธอเองยังเอาตัวไม่รอดเลย…
“จือเอ๋อร์”
เสียงนุ่มใสดังขึ้น เหยียนจือสะดุ้งตกใจ รีบหันกลับมา ยิ้มอย่างขวยเขิน “พี่คะ”
เหยียนเฮ่อเสวี่ยเดินเข้ามาใกล้ “จือเอ๋อร์ ทะเลาะกับซือเหลียนมาหรือเปล่า?”
เหยียนจือพูดตะกุกตะกัก “ก็… ก็ไม่เชิงว่าทะเลาะหรอกค่ะ”
เจียงซือเหลียนไม่สนใจไยดีเธอเลย
เหยียนเฮ่อเสวี่ยปลอบด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล “สามีภรรยาทะเลาะกันก็เป็นเรื่องปกติ เธออย่าไปเก็บมาใส่ใจเลย อีกอย่าง ซือเหลียนก็ไม่ใช่คนที่อารมณ์แปรปรวนอะไร คงไม่ทำให้ลำบากใจหรอก”
เหยียนจือบ่นในใจ เจียงซือเหลียนน่ะอารมณ์คงที่ไม่ใช่ธรรมดา เรียบนิ่งเหมือนคนตาย
ไม่รู้เหมือนกันว่าต้นฉบับนั่นถูกผีเข้าหรือไง ถึงได้หลงใหลถึงขนาดนี้?
เหยียนจือมองพี่ชายผู้อ่อนโยนตรงหน้า อดไม่ได้ที่จะใช้สองมือจับแขนเขาไว้ เหมือนจับฟางเส้นสุดท้ายช่วยชีวิต
“พี่คะ ฉันอยากหย่าจริง ๆ นะ พี่ช่วยฉันหน่อยได้ไหม?”
เหยียนเฮ่อเสวี่ยเป็นคนใจดีและจิตใจอ่อนไหวที่สุดในหนังสือเล่มนี้!
ตอนท้ายต้นฉบับ พอเรื่องแดงขึ้นมา เธอถูกไล่ตะเพิดออกจากบ้าน แถมยังถูกทวงหนี้เป็นสิบล้าน ไม่มีทางออก ร้องไห้ฟูมฟายไปขอร้องต่อหน้าเหยียนเฮ่อเสวี่ย
เหยียนเฮ่อเสวี่ยก็ใจอ่อน ให้สัญญากับเธอว่า ถ้าเธอใช้หนี้หนึ่งล้านได้ หนี้ที่เหลือก็จะยกเลิกให้ทั้งหมด
“เฉินจือ การทำผิดต้องชดใช้”
ชื่อเดิมของต้นฉบับคือเฉินจือ หลังจากปลอมตัวกลับมาอยู่ตระกูลเหยียนแล้วถึงเปลี่ยนชื่อเป็นเหยียนจือ
หนี้หลายสิบล้านก็เพียงพอที่จะบีบให้คนธรรมดาคนหนึ่งต้องตาย แต่หนี้หนึ่งล้านยังมีทางรอด ถ้าต้นฉบับกลับตัวกลับใจตั้งใจทำงานใช้หนี้ ใช้เวลาสักสองสามปีก็เริ่มใหม่ได้
แต่ต้นฉบับกลับเลือกที่จะดันทุรังต่อไป
เหยียนจือคิดว่า เหยียนเฮ่อเสวี่ยอาจเป็นผู้กอบกู้เพียงคนเดียวของเธอ!
เหยียนเฮ่อเสวี่ยสงสัย “ก่อนหน้านี้เธอไม่ใช่ว่าชอบซือเหลียนมากเหรอ?”
ที่เหยียนจือชอบเจียงซือเหลียนนั้นรู้กันทั่ว
แต่ก็ไม่ใช่เรื่องแปลกอะไร ผู้ชายที่โดดเด่นเป็นยอดบุรุษอย่างเจียงซือเหลียน มีน้อยคนนักที่จะไม่ชอบ
เหยียนจือรีบพูดทันที “นั่นมันแค่ชั่ววูบที่ถูกผีเข้าชั่วคราว! ตอนนี้ฉันสร่างแล้ว ฉันอยากแค่หย่า!”
แล้วก็เผ่นทันที!
เหยียนเฮ่อเสวี่ยถอนหายใจอย่างจนใจ “ถ้าเธอจะหย่าจริง ๆ พี่ก็ไม่ห้าม”
“จริงเหรอคะ?!” ดวงตาของเหยียนจือเป็นประกายขึ้นทันที
เหยียนเฮ่อเสวี่ยยกมือขึ้น ลูบหัวเธออย่างเอ็นดู “ก็ใครใช้ให้เธอเป็นน้องสาวของพี่ล่ะ”
ทันใดนั้นจมูกของเหยียนจือก็รู้สึกแสบขึ้นมา เธอนึกถึงพี่ชายของเธอเอง
พี่ชายของเธอเองก็ตามใจเธอแบบนี้มาตั้งแต่เด็ก เวลาทำงานไม่ราบรื่น โทรไปบ่นกับพี่ชาย
พี่ชายก็จะบอกว่า “ไม่มีความสุขก็ลาออก พี่เลี้ยงเธอเอง ใครใช้ให้เธอเป็นน้องสาวของพี่ล่ะ”
เหยียนจือมองเหยียนเฮ่อเสวี่ยด้วยดวงตาชื้น ๆ น้ำเสียงนุ่มนวลปนแหบพร่า “ขอบคุณค่ะพี่”
เหยียนเฮ่อเสวี่ยนิ่งอึ้งไปชั่วขณะ
ไม่รู้ว่าเขาคิดไปเองหรือเปล่า เขารู้สึกว่าเหยียนจือเปลี่ยนไป
เมื่อก่อนเธอก็ชอบมาเกาะแกะเขาไม่หยุดเหมือนกัน แต่นิสัยของเธอนั้นเอาแต่ใจมาก อะไรก็ต้องแย่งกับเหยียนเข่อซิน พอไม่ได้ดั่งใจก็ต้องร้องไห้งอแงที่บ้านว่าตัวเองถูกทอดทิ้งไปตั้งยี่สิบปี เป็นหนี้บุญคุณของครอบครัว
แน่นอนว่าเหยียนเฮ่อเสวี่ยเองก็รู้สึกรู้สึกผิดต่อน้องสาวคนนี้จริง ๆ เพราะฉะนั้นถึงแม้ว่าจะไม่ชอบนิสัยของเธอ แต่เขาก็ยังพยายามตามใจเธอทุกอย่างเท่าที่ทำได้
เพราะการที่เธอถูกทอดทิ้งไปนานกว่ายี่สิบปีนั้นเป็นความผิดพลาดของตระกูลเหยียน
ส่วนเหยียนจือในตอนนี้ หนามคม ๆ บนตัวเธอลดน้อยลงไปมาก กลับมีความอ่อนโยนละมุนละไมเพิ่มขึ้นมา ตอนนี้เธอมองเขาอย่างซาบซึ้งใจ ราวกับเป็นก้อนสำลีนุ่ม ๆ
เหยียนเฮ่อเสวี่ยรู้สึกว่าได้ใกล้ชิดกับน้องสาวคนนี้เป็นครั้งแรก รอยยิ้มที่มุมปากก็ลึกขึ้นอีกหลายส่วน
“แต่จะให้หย่า ยังต้องรออีกสามเดือน”
“อะไรนะคะ?”
เหยียนจือเพิ่งจมอยู่ในห้วงความทรงจำสุดซึ้ง จู่ ๆ ก็ถูกคำพูดนี้ของเหยียนเฮ่อเสวี่ยทำให้ตกใจตื่นขึ้นมา
“จือเอ๋อร์ ครอบครัวของเราเป็นพันธมิตรทางการค้า ไม่ใช่เล่น ๆ ถึงจะหย่า ก็ต้องให้ความร่วมมือทางธุรกิจระหว่างสองตระกูลตอนนี้เสร็จเรียบร้อยก่อน”
คำพูดนี้ของเหยียนเฮ่อเสวี่ยได้เตือนสติเหยียนจือ
หลังจากที่ตระกูลเหยียนและตระกูลเจียงเกี่ยวดองเป็นพันธมิตรกันแล้ว ตระกูลเจียงก็ได้มอบโปรเจกต์ความร่วมมือที่ดีมากให้แก่ตระกูลเหยียน เพื่อแสดงความจริงใจ นั่นคือโปรเจกต์พัฒนาพื้นที่เกาะแห่งหนึ่ง
โปรเจกต์นี้จะสิ้นสุดลงในอีกสามเดือน
นี่ก็คงเป็นเหตุผลสำคัญที่เจียงซือเหลียนยังไม่ได้เอ่ยปากขอหย่ากับเหยียนจือ!
เหยียนจืออ่านนิยายเร็ว เธอจำได้แค่ว่าต้นฉบับรบเร้าตอแยเจียงซือเหลียนไม่เลิก แต่กลับมองข้ามไปว่าในช่วงหลัง ก่อนที่ซ่งเวยอวี่จะกลับประเทศ เจียงซือเหลียนก็เคยคิดที่จะหย่ามานานแล้ว!
ดวงตาของเหยียนจือเป็นประกายขึ้นมา นี่มันตรงกันเลยไม่ใช่หรือไง!
เหยียนเฮ่อเสวี่ย “สามเดือนหลังจากนี้ ถ้าเธอยังยืนกรานที่จะหย่า พี่จะช่วย”
-
หลังจากกลับจากบ้านตระกูลเหยียน เหยียนจือก็รู้สึกผ่อนคลายขึ้นมาก
ซ่งเวยอวี่จะเรียนจบกลับประเทศในอีกครึ่งปี สามเดือนหลังจากนี้เธอก็จะสามารถหย่ากับเจียงซือเหลียนได้อย่างเป็นธรรมชาติ!
เหมาะเจาะเลย ก่อนที่ซ่งเวยอวี่จะกลับประเทศ ก็เผ่นได้ทันพอดี!
ดวงตาของเหยียนจือเปล่งประกายขึ้น ราวกับมีพลังฮึกเหิมขึ้นมาอีกครั้ง!
ถึงเวลานั้นไปที่ไหนดีล่ะ? ต้องหาประเทศที่ทั้งตระกูลเจียงและตระกูลเหยียนไม่มีเครือข่ายธุรกิจแผ่ไปถึง
เหยียนจือเริ่มจริงจังค้นหาข้อมูลในมือถือทันที
ทำไมธุรกิจของตระกูลเจียงถึงได้เยอะขนาดนี้?! มีอยู่ทุกที่เลย
คิ้วของเหยียนจือขมวดขึ้นอีกครั้ง
พวกคนใช้ข้าง ๆ มองเหยียนจือนั่งอยู่บนโซฟา เดี๋ยวยิ้มโง่ ๆ เดี๋ยวทำหน้าขมวดคิ้ว เต็มไปด้วยความสงสัยหวาดระแวง
เฉินหม่าแอบถามพ่อบ้านเสียงเบา “คุณนายดูไม่ค่อยปกติเลยนะ จะบอกท่านประธานสักหน่อยไหม?”
พ่อบ้านลดเสียงลง “คุณคิดว่าท่านประธานว่างนักเหรอ? ตราบใดที่คุณนายไม่ก่อเรื่องก็อย่าไปยุ่ง”
“ค่ะ”
-
หนึ่งสัปดาห์ต่อมา เครื่องบินส่วนตัวลำหนึ่งลงจอดที่สนามบิน
ร่างสูงใหญ่ก้าวลงมาจากบันไดขึ้นเครื่อง ลมแรงพัดกระโชก ชายเสื้อโค้ทยาวสีดำของเขาสะบัดพลิ้ว ใบหน้าหล่อเหลางามสง่า แววตาเย็นชาไม่แยแส
รถยนต์เบนท์ลีย์ เบนเทย์ก้าสีดำคันหนึ่งจอดอยู่ที่ลานจอดเครื่องบิน
ผู้ช่วยเปิดประตูรถให้เขาแล้ว เขาก้มตัวขึ้นนั่งที่เบาะหลัง จากนั้นคนขับรถก็ขับออกไป
ผู้ช่วยหลี่รายงานสถานการณ์ของบริษัทตามปกติ “คดีควบรวมกิจการของไคเย่วเสร็จเรียบร้อยแล้ว ทุกอย่างราบรื่น พรุ่งนี้มีงานเลี้ยงฉลองความสำเร็จ เชิญประธานเจียงไปร่วมงาน”
“ประธานวังรับโปรเจกต์ของทีมสตาร์ทอัพไว้ห้าทีมแล้ว ต้องการให้ท่านตรวจดู ถ้าไม่มีข้อผิดพลาดอะไรก็จะอัดฉีดเงินทุนอย่างเป็นทางการ”
ผู้ช่วยหลี่ยื่นเอกสารส่งให้เจียงซือเหลียนที่นั่งอยู่เบาะหลังดู
เจียงซือเหลียนพิงเบาะหลัง ไขว่ห้าง คิ้วตาเย็นชาเปิดอ่านดู
ผู้ช่วยหลี่พูดต่อ “แล้วก็ทางบ้านตระกูลเก่าโทรมา บอกว่าคุณย่าอยากให้ท่านกลับไปกินข้าวที่บ้านวันนี้”
ผู้ช่วยหลี่หยุดไปครู่หนึ่ง “วันนี้คุณนายน้อยก็กลับไปที่บ้านตระกูลเก่าด้วย”
เจียงซือเหลียนไม่แม้แต่จะเงยหน้า “เธอก่อเรื่องอีกแล้วเหรอ?”
ผู้ช่วยหลี่เกาหัว “นั่นก็ไม่นะครับ ฟังจากเฉินหม่าบอกว่า ช่วงนี้คุณนายน้อยอยู่บ้านแทบไม่ได้ออกไปไหนเลย ไม่ได้อาละวาดด้วย เอาแต่นั่งกอดคอมพิวเตอร์ทุกวัน บอกว่ากำลัง… ส่งเรซูเม่”
เจียงซือเหลียนเงยหน้าขึ้นมองเขาแวบหนึ่ง
ผู้ช่วยหลี่ตะกุกตะกัก “คุณนายอาจจะรู้สึกเบื่อ เลยอยากออกไปทำงานข้างนอก”
เจียงซือเหลียนขี้เกียจสนใจ เซ็นชื่อลงในเอกสาร ปิดแฟ้มเอกสาร วางไว้ข้าง ๆ
“โทรกลับไปที่บ้านตระกูลเก่า บอกว่าผมจะกลับไปกินข้าวคืนนี้”
“ครับ”
เจียงซือเหลียนก็รู้ว่าทำไมคุณย่าถึงจู่ ๆ ก็เรียกให้เขากลับบ้าน ไม่มีอะไรมากไปกว่าอยากให้เขาและเหยียนจือสานสัมพันธ์กัน
เขาแต่งงานกับเหยียนจือมาได้ครึ่งปีแล้ว เขามีงานบริษัทให้ยุ่ง แทบจะไม่เจอหน้ากันสักกี่ครั้ง คุณย่าก็เป็นห่วง
แต่ตอนนั้นก่อนแต่งงาน เจียงซือเหลียนก็บอกกับเหยียนจือแล้วว่าเป็นแค่การแต่งงานเพื่อพันธมิตรทางธุรกิจ หลังจากแต่งงานแล้วต่างคนต่างอยู่ ไม่ต้องยุ่งเกี่ยวกัน
ข้อนี้ ตอนนั้นเหยียนจือยอมรับ แต่หลังจากแต่งงานแล้วเธอกลับผิดคำพูด
เจียงซือเหลียนไม่ชอบคนที่ไร้จิตวิญญาณแห่งสัญญาแบบนี้
และอีกอย่าง เหยียนจือยังเป็นตัวปัญหาอีกด้วย
แต่การแต่งงานกับตระกูลเหยียนนี้อย่างไรเสียก็เป็นเรื่องที่คุณปู่เคยเอ่ยปากไว้ตั้งแต่ตอนที่ยังมีชีวิตอยู่ คุณย่าก็ให้ความสำคัญ
เจียงซือเหลียนถึงแม้จะไม่พอใจ แต่ตอนนี้ก็ยังต้องไว้หน้าตระกูลเหยียน และไว้หน้าเหยียนจือ
“โปรเจกต์เกาะนั่นคืบหน้าไปถึงไหนแล้ว?” เจียงซือเหลียนถาม
ผู้ช่วยหลี่ “ราบรื่นมากครับ ใกล้ถึงขั้นตอนปิดท้ายแล้ว อย่างมากก็อีกสามเดือน”
น้ำเสียงของเจียงซือเหลียนเย็นเยียบ “ให้ทนายเตรียมเอกสารหย่าไว้ก่อน”