“ได้” จิ่งอวี่ชวนพยักหน้า ก่อนนั่งลงบนม้านั่งตัวเล็กตรงประตูพอดี แล้วก็เห็นคุณลุงหานกับหานเผิงเฟยกลับมา
“เข้าไปนั่งข้างในสิ นั่งตรงประตูหนาวแย่” คุณลุงหานดูอ่อนเยาว์ลงไปหลายปีอย่างเห็นได้ชัด สมกับคำว่าคนมีเรื่องมงคลก็สดชื่นแจ่มใส
“ป้าหานไปเรียกแม่ผมที่บ้านแล้ว ผมนั่งรอสักพักครับ” จิ่งอวี่ชวนรีบลุกขึ้นอธิบาย
“อ้าว น้องจิ่ง!” คุณลุงหานหันกลับไปก็เห็นจิ่งจวิ้นกังเข็นจักรยานเข้ามาในลานบ้าน จึงรีบวิ่งเข้าไปต้อนรับ
“พี่จิ่ง เข้าไปนั่งข้างในกันเถอะ” หานเผิงเฟยยิ้มพลางบอกจิ่งอวี่ชวน
“ได้” จิ่งอวี่ชวนมองสองคนที่ยังยื้อยุดทักทายกันอยู่ทางนั้น คิดว่าตัวเองคงไม่ควรเข้าไปยุ่ง จึงเดินตามหานเผิงเฟยเข้าบ้าน
ไม่นานนัก สวี่ชิงอวี้ก็อุ้มอีอีเข้ามา ส่วนจิ่งจวิ้นกังกับจิ่งโจวก็ถูกคุณลุงหานดันตามเข้ามาด้วย
ในห้อง จ้าวหรูนอนอยู่บนเตียง ส่วนเด็กถูกวางไว้ข้าง ๆ ห่อตัวแน่นหนา เผยให้เห็นเพียงใบหน้าเล็ก ๆ บนศีรษะยังสวมหมวกใบจิ๋วไว้ด้วย
พอเห็นเซี่ยงเถียน จ้าวหรูก็ดีใจมาก รีบยันตัวลุกขึ้นนั่ง “เถียนเถียน มานั่งนี่สิ”
เซี่ยงเถียนนั่งลงบนเก้าอี้ข้างเตียง มองใบหน้าของจ้าวหรูที่เต็มไปด้วยความรักของแม่ แล้วอดนึกถึงช่วงสองสามวันแรกหลังคลอดของตัวเองไม่ได้ ตอนนั้นเธอหงุดหงิดแทบแย่ แม้แต่ตอนเข้าห้องน้ำก็ย่อตัวไม่ลง พอย่อลงได้ก็ถ่ายไม่ออก
ตอนนั้นแค่มีผ้าอนามัยแบบกางเกงก็ยังรู้สึกไม่สบายตัว พอมองกระดาษน้ำมันสีดำที่ปูรองอยู่ใต้ตัวจ้าวหรู เธอเคยได้ยินแต่ไม่เคยเห็นของจริง
