หญิงชราซวีไม่ว่าจิ่งอวี่ชวนจะพูดอะไร ก็เอาแต่พยักหน้า คุณปู่เกาเอ่ยขึ้นอีกครั้งว่า “ตลอดหนึ่งเดือนนับจากนี้ หญิงชราซวีจะเป็นคนทำความสะอาดบริเวณบ้านพักของพวกเรา ถือเป็นการเตือนคนอื่นด้วย เราอยู่ในบ้านพักเดียวกัน ต่อให้ไม่ต้องขอให้ใครช่วยเหลือ ก็อย่าทำเรื่องที่ทำให้คนอื่นนินทาลับหลังเลย”
หญิงชราซวีอยากเถียงกลับ แต่ได้แต่อัดอั้นกลั้นใจ ไม่ส่งเสียงสักคำ ก่อนหันหลังเดินกลับไปที่หน้าบ้าน
ผู้คนที่มามุงดูต่างพากันสนุกปาก ซ้ำยังแหย่เธออย่างไม่กลัวเรื่องบานปลาย “ป้าซวี ต้นหอมใต้หน้าต่างบ้านฉันไม่ใช่ขยะนะ อย่ากวาดทิ้งล่ะ”
“ผักกาดขาวหน้าบ้านฉันก็อย่ากวาดทิ้งเหมือนกัน”
“ฮ่า ๆ ๆ ผักกาดขาวบ้านเธอแห้งเหี่ยวหมดแล้ว ให้ป้าซวีกวาดไปเถอะ”
“กวาดหัวไชเท้าแห้งที่แขวนหน้าบ้านเธอไปด้วยสิ ฉันเดินผ่านทีไรก็ได้กลิ่นทุกที”
“เธอจะไปรู้อะไร หัวไชเท้าแห้งเอาไปตุ๋นเนื้อถึงจะหอม!”
“...”
บางคนพูดคุย บางคนก็หยอกล้อกัน หญิงชราซวีแม้จะไม่พอใจแค่ไหนก็ไม่พูดอะไร ได้แต่ด่าพวกใจดำอยู่ในใจไม่หยุด
ชายชราสวีได้ยินทุกอย่างเช่นกัน ทั้งยังเห็นสวีกังจู้ประคองกงชุ่ยเฟินเข้าบ้านไป โดยไม่แม้แต่จะเหลือบมองมาทางนี้สักแวบ
สวีเถี่ยจู้กลับมาช้ากว่านั้นเล็กน้อย แต่กลับไม่ยอมเดินเข้ามาใกล้ ทำท่าราวกับไม่อยากให้ใครมองเห็นเขาเลยสักนิด ยิ่งทำให้ชายชราสวีอึดอัดจนพูดไม่ออก
“เพื่อนบ้านทุกคนครับ” เขาอัดอั้นความขุ่นเคืองไว้เต็มอก เสียงที่เปล่งออกมาจึงดังไม่น้อย ทุกคนต่างหันมามองพร้อมกัน
