เสียงถุย ๆ ดังอยู่ข้างหูไม่ขาดสาย ปนกับเสียงนับเงินทีละเหมา ทีละเฟิน
สมัยนี้ไม่มีเรื่องปิดบังเงินเดือน ใครได้ค่าแรงตามระดับไหนก็รู้กันหมด จะนับเงินต่อหน้าคนอื่นก็ไม่เห็นต้องอายอะไร
ต้องนับให้ชัดต่อหน้ากันนี่แหละ ขาดไปสักเฟินเดียวก็ไม่ได้!
อารมณ์ของเซี่ยงเถียนตอนนี้ต่างจากตอนที่ได้รับค่าต้นฉบับก้อนแรก เธอรู้สึกว่าเงินเดือนแม้จะไม่มาก แต่ก็ทำให้มีความหวังขึ้นมา
จิ่งอวี่ชวนก็ต้องมารับเงินเดือนที่นี่เหมือนกัน แต่ฝ่ายประชาสัมพันธ์กับฝ่ายวิศวกรรมรับเงินคนละเวลา แผนกงานสนับสนุนทั้งหมดมารับกันตอนเช้า ส่วนแผนกที่เกี่ยวข้องกับการผลิตจะเริ่มรับตอนเที่ยง แวะมาเมื่อไรก็ได้โดยไม่กระทบงานของตัวเอง
อีกสามคนก็รับเงินเดือนเสร็จแล้ว พากันคุยเจื้อยแจ้วกับเซี่ยงเถียนว่าจะซื้ออะไรดี
คนเราเวลาเจอเรื่องน่ายินดีก็สดชื่นมีชีวิตชีวา การรับเงินเดือนถือเป็นเรื่องน่ายินดีเรื่องใหญ่ทีเดียว
หลังเลิกงานตอนเย็น เซี่ยงเถียนก็ไปสหกรณ์กับจิ่งอวี่ชวนอย่างเปิดเผย
เธอยืนอยู่หน้าประตู ตบกระเป๋าตัวเองเบา ๆ แล้วพูดว่า “ไป! ไปซื้อของขวัญกัน!”
จิ่งอวี่ชวนมองท่าทางของเซี่ยงเถียนที่เหมือนจะหยิบของในสหกรณ์ไปได้ตามใจชอบแล้วอดยกมุมปากไม่ได้
“ไปสิ” เซี่ยงเถียนหันกลับมาเห็นจิ่งอวี่ชวนยังไม่ตามมา จึงสะบัดแขนขึ้น ราวกับกำลังโบกเรียกผู้คนให้มารวมตัวกัน
จิ่งอวี่ชวนลูบจมูกแล้วเดินตามไป “มาแล้ว”
วันนี้เก๋อเสี่ยวลี่ไม่อยู่ เซี่ยงเถียนกวาดตามองรอบหนึ่ง ก่อนเดินไปที่แผงเครื่องเขียน ชี้กล่องสีเทียนข้างในแล้วบอกพนักงานขายว่า “เอาอันนี้สองกล่องค่ะ”
