“เถียนเถียน เธอไม่ไปจริง ๆ เหรอ?” สวี่ชิงอวี้จับมือเซี่ยงเถียนไว้ด้วยความไม่วางใจ
“แม่ไปเถอะค่ะ ไม่ต้องห่วง” เซี่ยงเถียนอดขำไม่ได้ แค่ไม่ได้ไปเดินเล่นด้วยกัน ทำเอาเหมือนต้องจากบ้านไปไกลอย่างนั้น
“แม่ไปเถอะครับ” จิ่งอวี่ชวนดันสวี่ชิงอวี้กับคนอื่น ๆ ออกจากบ้าน พอปิดประตูก็ยื่นมือออกมา “มาเถอะ อีอี พ่ออุ้มเอง”
“ไปกัน วันนี้เราเดินไปทางใต้กันหน่อย” จิ่งจวิ้นกังเอ่ยอย่างอารมณ์ดี
ถ้าต้องเดินวัดเมืองลั่วหนิงด้วยเท้า คงเดินทั้งวันก็ไม่ทั่ว ทางใต้ติดภูเขา มีโรงงานมากมาย ถนนหนทางก็คึกคักกว่าเดิมไม่น้อย ส่วนใหญ่มีไว้รองรับคนที่ทำงานแถวนั้น
จิ่งจวิ้นกังกับคนอื่น ๆ ไปถนนสายหลักก่อน ที่ทำการไปรษณีย์บนถนนสายนี้เป็นแห่งเดียวกับที่หยางหวยฮวาทำงานอยู่ เดินต่อไปอีกไม่ไกลก็ถึงร้านถ่ายรูปที่พวกเขาเคยมาถ่ายรูปกันก่อนหน้านี้
สวี่ชิงอวี้ชี้ไปทางนั้นแล้วพูดว่า “ตอนอีอีครบเดือน ครอบครัวเราไปถ่ายรูปกันที่นั่น ก่อนพวกเธอจะกลับ เราไปถ่ายด้วยกันอีกสักครั้งนะ”
“ได้ค่ะ” โม่ซีไม่ขัดข้องอยู่แล้ว จึงพยักหน้ารับ
สวี่ชิงอวี้จับมือซ้ายของเธอไว้ตลอด ส่วนจิ่งโจวจับมือขวา ทุกครั้งที่เดินผ่านสถานที่ไหน ทั้งคู่ก็จะแนะนำให้เธอฟัง
จิ่งจวิ้นกังมองจิ่งโจวที่เดินกระโดดโลดเต้น มุมปากก็ยกขึ้น แต่ในใจก็อดรู้สึกเศร้าไม่ได้
ตั้งแต่เล็กจนโต จิ่งโจวไม่เคยทำตัวสมวัยเด็กแบบนี้มาก่อน เขาคิดว่าเด็กคนนี้เป็นคนมีนิสัยแบบนั้น…แต่ความจริงแล้ว ปู่กับย่าจะมาแทนพ่อแม่ได้อย่างไรกัน?
ทั้งห้าคนเดินกันช้ามาก ไม่ได้เร่งรีบเหมือนคนอื่น ๆ
