“ใช่เลย ฉันว่าต่อไปคงครึกครื้นน่าดู!” พอนึกขึ้นได้ว่ายังไม่ได้เล่าเรื่องตระกูลหลัวเมื่อช่วงเช้า เธอก็เริ่มเล่าอย่างตื่นเต้นอีกครั้ง
เมื่อครู่จิ่งโจวแทรกบทสนทนาไม่ทัน แต่พอพูดถึงเรื่องช่วงเช้า เขาก็ตื่นเต้นขึ้นมาเหมือนกัน คอยช่วยเซี่ยงเถียนเสริมอย่างกระตือรือร้น
จิ่งอวี่ชวนอดขำไม่ได้จริง ๆ นี่เป็นครั้งแรกที่เขาได้ยินคนคุยกันเยอะขนาดนี้บนโต๊ะอาหาร!
พ่อของเขาไม่ใช่คนช่างพูด ส่วนแม่ถึงจะชอบพูด แต่ก็ไม่ค่อยเล่าเรื่องจิปาถะในบ้านให้เขาฟัง จิ่งโจวยิ่งไม่เคยแบ่งปันเรื่องที่เกิดขึ้นในแต่ละวันกับเขาเลย!
จะเหมือนตอนนี้ที่พูดเจื้อยแจ้วไม่หยุด แถมยังกินไปด้วยไม่เสียเวลาก็ที่ไหนกัน!
เมื่อก่อนเขาไม่เคยคิดว่าเรื่องจิปาถะในบ้านมีอะไรน่าพูด แต่พอเซี่ยงเถียนเล่าออกมา เขากลับรู้สึกถึงความสุขสงบในใจที่ไม่เคยมีมาก่อน!
“จริงสิ ป้าหานบอกว่าแต่ละครอบครัวให้ลูกอมผลไม้กันสักสองสามเม็ด จะได้ทำความรู้จักกัน”
“ได้เลย เมื่อวานแม่ให้ลูกอมเด็ก ๆ ไปอย่างเดียวพอดี อยู่บ้านใกล้เรือนเคียงกัน ต่อให้เมื่อก่อนพวกเขาจะเป็นยังไง ถ้าไม่ได้มาหาเรื่องเรา เราก็ปฏิบัติกับทุกคนอย่างเท่าเทียมกัน”
“ได้!”
หลังจากจิ่งอวี่ชวนกับจิ่งโจวเก็บชามตะเกียบเรียบร้อยแล้ว ทั้งสามก็คุยกันต่ออีกครึ่งชั่วโมงกว่า จากนั้นจึงพากันไปหาป้าหาน พวกเขากลัวว่าจะไปขัดจังหวะตอนอีกฝ่ายกำลังกินมื้อเย็น
ป้าหานรออยู่ที่บ้านนานแล้ว!
“ไปกันเถอะ! เริ่มจากบ้านข้าง ๆ บ้านพวกเธอก่อน”
บ้านจ้าวอวี้อู่ไม่ได้ปิดประตู เป็นห้องแบบที่มีประตูอยู่ด้านหน้า หน้าต่างอยู่ด้านหลัง ตรงกลางมืดสนิท พอเดินเข้าไปกะทันหันก็รู้สึกเย็นวาบอยู่บ้าง
